posttoday
ธรรมจักรบูชา ธรรมยาตรา สู่มาฆบูชาโลก ณ ชมพูทวีป (๗)

ธรรมจักรบูชา ธรรมยาตรา สู่มาฆบูชาโลก ณ ชมพูทวีป (๗)

04 กุมภาพันธ์ 2553

...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์อารยะวังโส

ดิฉันได้ทราบมาว่าในเดือนก.พ.นี้จะมีงานเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ๒ งานใหญ่ คือ งานปฏิบัติกรรมฐาน ณ บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ในวันที่ ๑ ก.พ. ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๕ ก.พ. ๒๕๕๓ แล้วต่อด้วยธรรมยาตรา สู่เมืองราชคฤห์ ในวันที่ ๖ ก.พ. ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๙ ก.พ. ๒๕๕๓ ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของหลวงพ่อ

นอกจากนี้ จะมีงานมาฆบูชาโลก ซึ่งถือเป็นงาน “รวมพลังชาวพุทธสู่ความเป็นหนึ่ง เนื่องในวันมาฆบูชา” จัดโดยมหาโพธิสมาคมของอินเดียในวันที่ ๒๖ ก.พ. ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๓ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร เมืองราชคฤห์

ขอกราบเรียนหลวงพ่อเมตตาให้ความกระจ่างชัดว่า ทั้งสองงานนี้มีความเป็นมา และมีความสำคัญในทางธรรมอย่างไร สำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสไป จะได้มีส่วนร่วมในมหากุศลนี้อย่างไร

กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่ง

จันทร์เพ็ญ ตูเทศานันท์

วิสัชนา : ดังนั้น ในการจัดงานมาฆบูชาโลกในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการปลูกฝังรากฐานพระพุทธศาสนา ให้มั่นคงแข็งแรงสืบต่อไปแล้วนั้น ยังเป็นการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีปให้คืนกลับมาให้ดำรงอยู่ โดยการสนับสนุนให้ชาวพุทธในอินเดียได้ออกมามีบทบาท เทียบเท่าชาวพุทธทั่วโลกแล้ว ประการสำคัญคือการสืบอายุพระพุทธศาสนา โดยการเผยแผ่คุณค่าของพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระผู้มีพระภาค ที่ถูกต้องตรงพระธรรมวินัยให้กว้างขวางออกไปในหมู่ชนทุกเชื้อชาติ ทุกภาษา สมดั่งพระประสงค์ของพระพุทธองค์ที่ทรงประทานพระมหากรุณาธิคุณ อันไม่มีประมาณแก่ปวงสัตว์ หวังให้สัตว์ทั้งหลายพ้นทุกข์อย่างแท้จริง ด้วยอำนาจแห่งพระอริยสัจธรรม ที่ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง

ดังนั้น การฟื้นฟูให้ชาวพุทธกลับมาให้ความสำคัญในการประกอบศาสนกิจที่ถูกต้อง โดยการเข้าใจในคุณค่าความหมายของพระธรรมวินัยที่ปรากฏอยู่ในวันสำคัญของพระพุทธศาสนา จึงเป็นเรื่องที่ควร สำคัญอย่างยิ่งคือการได้มีโอกาสฟื้นฟูวัดเวฬุวันมหาวิหาร ให้คืนกลับมาเป็นมงคลสถานของชาวพุทธ เพื่อประกอบศาสนกิจ สักการบูชาพระรัตนตรัย โดยการปฏิบัติบูชาดุจดังในพุทธกาลด้วยความสำคัญของความเป็นมหาวิหารแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งพระพุทธเจ้าของเราได้ให้ความสำคัญ ทรงเลือกประดิษฐานพระพุทธศาสนา ตั้งกองทัพธรรมเพื่อเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอน สู่หมู่ชนประชาสัตว์ทั้งหลาย ณ ประเทศแห่งนี้ จึงควรอย่างยิ่งในการแสดงมโนเจตนาธรรม มโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ ในฐานะของพุทธบริษัทของพระพุทธองค์ที่จะรวมพลังสู่ความเป็นหนึ่ง ในการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้สืบอายุต่อไป โดยการร่วมกันปฏิบัติบูชาในศาสนกิจดังกล่าว เนื่องในวันมาฆบูชาโลกครั้งนี้

เหนือสิ่งอื่นใดของการจัดงานมาฆบูชาในครั้งนี้ เพื่อเป็นอุบายที่จะนำไปสู่การรวมตัวกันของชาวพุทธนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันมีความห่างเหินกันมาก แตกต่างกันจนเกินไปในรูปแบบการปฏิบัติ ความรู้ ความเข้าใจ จากพระธรรมคำสั่งสอน ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจในพระพุทธเจ้าที่แตกต่างกัน แม้จะเดินทางมากราบสักการะโพธิมณฑลสถานเหมือนกัน และสำคัญยิ่งถือได้ว่าเป็นการเสริมสร้างปลูกฝังพระพุทธศาสนาให้แข็งแรงเติบโตในหัวใจของชาวพุทธสิบกว่าล้านคนในชมพูทวีปสืบต่อไป โอกาสเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะรัฐบาลฮินดูในประเทศอินเดียจะต้องอนุญาตให้ใช้สถานที่ที่เวฬุวัน จึงจะสามารถจัดงานมาฆบูชาได้ ทั้งนี้เพราะวัดเวฬุวันมหาวิหารในปัจจุบัน คือสวนป่าอุทยานที่กำกับดูแลโดยหน่วยงานกรมป่าไม้ (Forest Department) ร่วมกับกองโบราณคดีของรัฐบาลอินเดีย การเข้าออกและใช้สถานที่ดังกล่าว จึงต้องมีการจ่ายเงินซื้อตั๋ว (Ticket) ชาวต่างชาติ ๔๐๕๐ รูปี ชาวอินเดีย ๕ รูปี เป็นปกติในทุกสถานที่ที่เป็นโบราณสถาน หรือต้องขออนุญาตใช้สถานที่เป็นการเฉพาะ ดังนั้นในปีหนึ่งๆ รัฐบาลอินเดียจึงได้เงินจากนักท่องเที่ยวที่มาแสวงบุญจำนวนปีละมิใช่น้อย โดยเฉพาะจากพุทธศาสนิกชนชาวไทย ทั้งนี้เพราะกฎระเบียบของรัฐบาลอินเดียจะไม่ยินยอมให้ใคร หรือองค์กรใดเข้าไปใช้สอยสถานที่ มิให้พักค้างคืนในเขตที่ตั้งที่รัฐบาลกำกับดูแลอยู่ จึงไม่แปลกที่พระสงฆ์ผู้ใหญ่ของวัดไทยแห่งหนึ่งในอินเดีย ได้กล่าวเมื่อทราบว่าจะมีการเตรียมการจัดงานวันมาฆบูชาโลกว่า “เป็นเรื่องยากเพราะรัฐบาลอินเดียนับถือศาสนาฮินดู คงไม่ยินยอม แต่ก็ลองดู หากทำได้ พระสงฆ์ไทยก็พร้อมเข้าร่วม” และจึงไม่แปลกที่อาตมาได้เลือกจำพรรษา ณ ภูเขาคิชฌกูฏ พระนครราชคฤห์ ทั้งนี้เพื่อความต้องการสืบสานภารกิจ การเตรียมการจัดงานวันมาฆบูชาโลก ในชมพูทวีป โดยการให้คำแนะนำกับคณะชาวพุทธจากหลายๆ ประเทศ ที่มีความพยายามจะจัดงานดังกล่าว และได้ผลอย่างยิ่งเมื่อหน่วยงานของรัฐบาลอินเดีย อันได้แก่ กรมป่าไม้ (Forest Department) อนุญาตเป็นการภายในให้อาตมา และคณะศรัทธาพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่ติดตามไป ประกอบศาสนกิจระหว่างพรรษาปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ ได้ใช้สอยพื้นที่วัดเวฬุวันมหาวิหารได้ ซึ่งอาตมาและพระสงฆ์ลูกศิษย์เข้าออกวัดเวฬุวันฯ ได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อบัตรผ่านประตู และสามารถประกอบศาสนกิจ ณ ศาลา Meditation Hut ซึ่งอยู่ในเวฬุวันได้อย่างเต็มที่ ในพรรษาปี ๒๕๕๒ จึงเกิดการสัมพันธ์สืบเนื่องกันมากับทางหน่วยงานของรัฐบาลที่กำกับดูแลสถานที่ดังกล่าวนี้อยู่

อ่านต่อฉบับหน้า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ