
ผ่าแผนพัฒนาฉบับที่ 12 ของจีน
ผ่าแผนพัฒน์ ฉบับที่ 12 ของจีน
ผ่าแผนพัฒน์ ฉบับที่ 12 ของจีน
โดย..วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ท่านผู้อ่านครับ สภาประชาชนจีน (Nation People’s Congress หรือ NPC) ไทยเรียกว่า รัฐสภาจีน ได้อนุมัติร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นแผน 5 ปี ฉบับที่ 12 เมื่อกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
แผนนี้มี 5 เป้าหมาย คือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านเทคโนโลยี ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเกษตร และด้านสังคม
โดยด้านเศรษฐกิจ จีนตั้งเป้าจะขยายตัว 7% ต่อปี ในช่วงปี 2011-2015 จะสร้างงานใหม่ในเขตเมือง 45 ล้านตำแหน่ง ควบคุมการว่างงานในเมืองต่างๆ ไม่ให้เกิน 5% คุมสินค้าประจำวันให้มีเสถียรภาพ (ไม่ใช่แปลว่าต้องราคาถูก แต่ต้องไม่ขึ้นลงวูบวาบ) เตรียมรับภาวะการส่งออกที่อาจชะลอตัว ด้วยการเพิ่มกำลังบริโภคภายในประเทศมาทดแทน มุ่งเพิ่มมูลค่าการค้าภาคบริการให้ถึง 47% ของ GDP (คือเพิ่มปีละ 4%) แปลว่า ไม่มุ่งขยายกำลังผลิตของโรงงานมากนักอีกต่อไป และพัฒนาชนบทให้เป็นเมือง จนได้สัดส่วนเมืองต่อชนบทเท่ากับ 51.5/48.5
ส่วนด้านเทคโนโลยี จีนตั้งงบวิจัยและพัฒนาเพิ่มเป็น 2.2% ของ GDP แปลว่า เราจะได้เห็นผลผลิตจาก Lab และนักคิดนักวิจัยของจีนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกภายใน 5 ปีข้างหน้า จีนมุ่งจะทำให้มีสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ 3.3 ชิ้น/ประชากรหมื่นคน นี่จะทำให้คล้ายญี่ปุ่น เกาหลี ที่นักคิดนักประดิษฐ์นั้นก็คือประชาชนช่างคิดช่างประดิษฐ์นั่นเอง อาจเป็นการออกแบบกลไกง่ายๆ แต่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันหรือเป็นเครื่องมือที่ซับซ้อนแต่พยายามตอบโจทก์ที่ท้าทาย แม้ไม่ตอบสนองการใช้สอยในชีวิตประจำวัน แต่ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญให้เกิดการก้าวข้าม (Break though)ไปสู่สิ่งประดิษฐ์ที่ทรงมูลค่าสูง คล้ายกับกรณีหุ่นยนต์อะชิโมะของญี่ปุ่น โดยบริษัทฮอนด้าวันนี้ที่เดินได้ วิ่งได้ พูดได้ เท่านั้นแต่วันหน้ามันจะกลายเป็นคนขับรถให้มนุษย์ พร้อมบริการสารพัด เช่น ขับรถไปก็ทำการจองโต๊ะอาหาร จองตั๋วเครื่องบิน จ่ายค่าซักรีด หิ้วกระเป๋าไปเช็คอิน และกอดคุณตอนที่พบหน้าพร้อมอุ้มลูก ๆ ของคุณ และสุนัขจากที่บ้านไปรอรับคุณที่สนามบินก็ได้
ด้านสิ่งแวดล้อม จีนมุ่งประหยัดการใช้พลังงานให้ได้ 16% ลดการปล่อยก๊าซ CO2 17% เพิ่มพื้นที่ป่าไม้เป็น 21.6% เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดให้ได้ 11.4% และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำต่อหน่วย 30% (เพราะน้ำใต้ดินของโลกวิกฤตแล้ว)
ด้านการเกษตร จีนจะผลิตธัญพืชให้ได้ไม่ต่ำกว่า 540 ล้านตัน จะรักษาพื้นที่เกษตรให้ไม่ต่ำกว่า 1,818 หมู่
ด้านสังคม จีนจะคุมประชากรให้อยู่ที่ 1,390 ล้านคนใน 5 ปีข้างหน้า จะเพิ่มอายุขัยเฉลี่ยของคนสูงวัยเพิ่มอีก 1 ปี สร้างที่อยู่อาศัยราคาถูกให้ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 36 ล้านยูนิต เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำอย่างน้อย 13% ต่อปี น่าสนใจที่สุดคือ จะเพิ่มจำนวนอาสาสมัครสังคมให้ได้ 10% ของประชากร นั่นคือ 139 ล้านคน (เพราะหัวใจของอาสาสมัครนั้น คือ พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ชาติใดก็ตามจะมีได้จริง เพราะสร้างสรรค์กว่า ถูกกว่า ทุ่มเทกว่า และมีหัวใจกว่าจ้าง)
อ่านดูแล้วน่าสนใจไหมครับ...
จีนส่งสัญญาณว่า จีนจะลดการพึ่งพาโลกภายนอกลงในระยะยาว แต่จะเน้นขยายพลังเศรษฐกิจจากภายในประเทศเป็นจุดเน้น (ซึ่งน่าจะมั่นคงกว่าควบคุมดูแลได้ดีกว่า) จีนจะก้าวสู่พลังงานร้างสรรค์ และก้าวสู่ผู้นำของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร พลังงานทดแทน การลงทุนใน Low Carbon Society (สอดคล้องกับรายงานการลงทุน หรือ World InvestmentReport ของ UNCTAD) อุตสาหกรรมชีวภาพ ซึ่งถือเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ และก้าวสู่การผลิตอุปกรณ์ชั้นสูง การใช้วัสดุใหม่ (Material Science)และผลิตรถยนต์พลังงานทดแทน
ภาพลักษณ์ของจีนกำลังจะเปลี่ยนอย่างยิ่งใหญ่ในช่วง 5 ปีนี้แล้วครับ ทัศนะของโลกที่ว่า จีน คือ โรงงานสกปรก ผลิตสินค้าโหล แรงงานไม่มีความรู้ ได้เปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่โลกจะคุ้นเคยคล้ายแบรนด์เยอรมัน หรือเกาหลี ที่ไฮเทคและเชื่อถือได้หรืออาจจะมากกว่านั้น และขอส่งท้ายด้วยเรื่องที่ปรากฏในแผนเป็นครั้งแรกคราวนี้ คือ เรื่องพลังทางวัฒนธรรม หรือ Soft Power ของจีน ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของจีนในอนาคต จีนถือว่าจากจุดนี้เป็นโอกาสการเปลี่ยนธรรมเนียมการทำงานการทูตของโลกสากลที่ยุโรปเคยครองและมีบทบาทมานาน โดยเฉพาะการที่โลกตะวันตกเห็นการเผชิญหน้าทางกฎหมายเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับโลกชาวตะวันออกอย่างจีนแล้ว มิตรภาพและความเข้าใจสำคัญกว่า เพราะถ้าคิดจะอยู่ร่วมต้องคิดอย่างเพื่อนอย่างมิตร ถ้าคิดจะอยู่รอดก็คิดอย่างนักกฎหมายหรือทนายความ
ส่งท้ายด้วยคำ อาจารย์ประเวศ วะสี ที่เคยสอนผมว่า เวลาเราจะทำอะไรให้สำเร็จ ให้ถอดออกทุกหมวก อย่าเป็นนักอะไรทั้งนั้น อย่าเป็นนักบัญชี อย่าเป็นนักกฎหมาย อย่าเป็นนักการเมือง อย่าเป็นนักการทูต อย่าเป็นนักทหาร อย่าเป็นนักการศึกษา อย่าเป็นข้าราชการ แต่ให้เป็น...มนุษย์...ครับ ขอจบลงด้วยจิตคารวะครับ







