posttoday
เปิดช่องเอื้อผู้ประกันตน5ล้านราย

เปิดช่องเอื้อผู้ประกันตน5ล้านราย

31 มีนาคม 2554

‘จุรินทร์’รับลูกกระทรวงแรงงานถกเชื่อมระบบรพ.ใช้บริการได้ทุกแห่งภายใน2สัปดาห์

‘จุรินทร์’รับลูกกระทรวงแรงงานถกเชื่อมระบบรพ.ใช้บริการได้ทุกแห่งภายใน2สัปดาห์

“จุรินทร์” สั่งศึกษาเปิดช่องเอื้อผู้ประกันตนกว่า 5 ล้านรายใช้บริการโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งได้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ได้เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินความเป็นไปได้ข้อเสนอของกระทรวงแรงงาน กรณีให้ สธ.เชื่อมโยงเครือข่ายโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมประมาณ 5 ล้านราย ที่ลงทะเบียนใช้บริการกับโรงพยาบาลสังกัด สธ. สามารถเลือกใช้บริการที่โรงพยาบาลสังกัด สธ.แห่งอื่นได้

ทั้งนี้ ให้ดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนจะเสนอให้ที่ประชุมผู้บริหาร สธ.พิจารณา อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมในวันดังกล่าวยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เนื่องจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ไม่มีความชัดเจนเรื่องงบประมาณที่จะจัดสรรให้แก่ สธ. และยังต้องใช้เวลาพิจารณาหารูปแบบการจ่ายเงินที่เหมาะสม อาทิ เหมาจ่ายรายหัวตามเดิม หรือจ่ายตามจำนวนการใช้บริการ

ด้าน นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวว่า ในเชิงหลักการควรออกแบบบริการรักษาสุขภาพแก่ประชาชนให้เป็นระบบเดียวกัน แต่ปัญหาขณะนี้ก็คือแต่ละระบบต่างมีเหตุผลในการก่อตั้งแตกต่างกัน กรรมการแต่ละกองทุนก็มีวิธีคิดที่ต่างกัน ฉะนั้นควรตั้งหน่วยงานขึ้นมากำหนดมาตรฐานบริการทางการแพทย์ให้มีมาตรฐานการดูแลรักษาเดียวกัน ตลอดจนดูแลในภาพรวมของระบบให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานและระบบการตรวจสอบร่วมกัน

“ถ้าประเทศเราเลือกที่จะมีหลายกองทุน ก็ต้องมีกลไกระดับชาติที่จะมากำกับดูแลระบบที่เป็นอยู่อีกชั้นหนึ่งให้มีมาตรฐานการรักษาเหมือนกัน ส่วนกองทุนไหนมีเงินมาก ก็อาจเสนอสิทธิพิเศษเพิ่มเติมต่อยอดจากมาตรฐานที่กำหนดไว้” นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตั้งสำนักงานพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ แต่กลไกนี้มีหน้าที่ในการพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ไม่มีอำนาจในการกำกับดูแล ฉะนั้นนายกรัฐมนตรีต้องสั่งรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปกำหนดมาตรฐาน หรือออกกฎหมายตั้งหน่วยงานกำหนดมาตรฐานขึ้นมาเป็นการเฉพาะ

นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอให้รัฐเข้ามาดูแลการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกันนั้น มีข้อสังเกตว่าประเทศไทยมีรายได้จากฐานภาษีอยู่ที่ 15% ของจีดีพี ฉะนั้นหากจะให้รัฐรับภาระ อาจต้องปรับระบบภาษีให้มีรายได้เพียงพอ ไม่เช่นนั้นจะกระทบภาระการเงินการคลังในระยะยาว

นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ยังไม่ได้รับหนังสือจากผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีให้หยุดเก็บเงินสมทบค่ารักษาพยาบาลจากผู้ประกันตนเพราะขัดรัฐธรรมนูญ หากได้รับก็จะส่งเรื่องต่อให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคมเพื่อพิจารณาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยหรือซื้อเวลา

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท