
ผลวิจัยชี้เมดิคอลฮับส่งผลลบเอื้อเอกชนดูดหมอ-พยาบาล
โพสต์ทูเดย์
— ผลวิจัยสรุปชัดนโยบายเมดิคอลฮับทำแพทย์ไหลออกมากขึ้นนางอัญชนา ณ ระนอง จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายวิโรจน์ ณ ระนอง จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และนพ.ศิรชัย จินดารักษ์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดผลการศึกษาเรื่อง
“แนวทางการพัฒนาศูนย์กลางสุขภาพของประเทศไทย (Thailand Medical Hub)” ซึ่งรับทุนจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินางอัญชนา เปิดเผยว่า ไทยประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพของเอเชีย แต่ได้ส่งต่อโครงการหลักประกันสุขภาพต่างๆ จากปัญหาค่ารักษาที่สูงขึ้น รวมทั้งการขาดแคลนแพทย์ ทันตแพทย์และพยาบาล เนื่องจากโรงพยาบาลเอกชนได้ปรับตัวหันมาให้บริการคนไข้ชาวต่างชาติมากขึ้นเป็นลำดับ
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีคนไข้ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่มาทำงานหรือตั้งถิ่นฐานในภูมิภาคนี้เข้ารับการรักษาพยาบาลมากถึงปีละ 1.4 ล้านคน โรงพยาบาลเอกชนได้เน้นการรักษาด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลก และเน้นการรักษาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของสถานพยาบาล เช่น ศัลยกรรมตกแต่งการรักษาด้วยสเต็มเซลล์
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของการให้บริการทางการแพทย์กับชาวต่างชาติช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มประมาณ 0.4% ของจีดีพี แต่ในทางกลับกันก็สร้างปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ด้วย เนื่องจากชาวต่างชาติมีกำลังซื้อที่สูงกว่าคนไทยมาก มีส่วนสำคัญในการดึงดูดแพทย์จากภาคเอกชนและภาครัฐ
รวมทั้งอาจารย์แพทย์และทีมงานจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยไปสู่โรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการผลิตแพทย์ในระยะยาว จึงควรปรับปรุงการผลิตแพทย์และแก้ระเบียบของแพทยสภาเพื่อแก้ปัญหานี้
ด้านแพทยสภาได้ส่งอีเมลถึงกรรมการแพทยสภา และนพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เพื่อกดดันให้มศว เอาผิดคณาจารย์ 6 คน จากคณะแพทยศาสตร์ มศว ที่นำเสนอบทความโจมตีแพทยสภา
ด้าน นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่แพทยสภาจะไปกดดันมศว แต่ยืนยันการอนุมัติหลักสูตรแพทยศาสตร์นานาชาติ หรือหลักสูตรแพทยศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษให้มศว เป็นไปด้วยอย่างรอบคอบ







