
ห้ามประนีประนอม
หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว 7 ริกเตอร์ในพม่า แต่แรงสั่นสะเทือนมาไกลถึง กทม.
หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว 7 ริกเตอร์ในพม่า แต่แรงสั่นสะเทือนมาไกลถึง กทม.
แหล่งที่มีตึกสูงมากที่สุดในประเทศไทย ทำให้ กทม.ตื่นตัวสำรวจอาคารสูงยกใหญ่ว่ามีอาคารใดบ้างที่เข้าข่ายอันตราย เนื่องจาก กทม.ไม่ได้มีการวางแผนในการป้องกันแผ่นดินไหวในการให้ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารสูง
ต้องขอชม กทม. ว่า หลังร่วมกับสภาวิศวกร เปิดเผยข้อมูลและชื่อของอาคารสูงที่อันตรายออกมา ให้ผู้ที่อยู่ในอาคารได้รู้ว่ามีความเสี่ยงที่จะมีภัยมาถึงตัวได้ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งมีอาคารที่มีความเสี่ยงประมาณ 2,000 แห่ง
แต่แค่ตรวจสอบและเปิดเผยรายชื่ออาคารที่มีความเสี่ยงยังไม่เพียงพอ เพราะเมื่อรู้ว่ามีอันตรายก็ควรจะใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าไปจัดการกับเจ้าของอาคารให้ปรับปรุงแก้ไข หรือหากแก้ไขอะไรไม่ได้ก็ควรจะทุบทิ้ง ไม่ควรจะประนีประนอม เพราะเรื่องนี้เป็นภัยกับชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย ซึ่งหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของรัฐต้องรับผิดชอบ
ตามหลักการทางวิศวกรรม เรื่องการแก้ไขอาคารสูงให้มีความยืดหยุ่นสามารถที่จะทำได้ แต่ต้นทุนจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการจะต้องรับไป เพราะหากปล่อยให้เกิดความเสียหาย มูลค่าความสูญเสียอาจจะสูงเกินกว่าจำนวนเงินที่จะแก้ไขอาคารให้ดีขึ้นก็ได้
ดังนั้น กทม.จะต้องเข้มงวดกับอาคารก่อสร้างที่ไม่ได้มีการคำนวณการก่อสร้างโดยใส่ปัจจัยของแผ่นดินไหวเข้าไป เรื่องนี้จะประนีประนอมไม่ได้ หรือมีการอาศัยช่องว่างมาหาผลประโยชน์ก็ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งต้องการให้แก้ไขอย่างจริงจัง ไม่ใช่พอมีปัญหาทีก็พูดที และประมาทคิดว่าคงไม่เกิดแผ่นดินไหวใน กทม.ง่ายๆ
ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นมานี้ แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าธรรมชาติ แม้จะเตรียมการรับมืออย่างดี บางครั้งการวางแผนป้องกันก็อาจจะไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ แต่สามารถบรรเทาความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินได้ และดีกว่าที่จะนิ่งเฉยและไม่ทำอะไรเลย
เรื่องนี้จะต้องมีการกระตุ้นจิตสำนึกของ กทม.อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่พอเรื่องเงียบก็เลิกตรวจตรา เลิกสนใจเรื่องความปลอดภัย อาคารสูงควรเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นกรณีไฟไหม้ แผ่นดินไหว หรืออุบัติเหตุอื่นๆ ต้องมีเรื่องความปลอดภัยพื้นฐานทุกอาคาร เช่น บันไดหนีไฟ มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเพื่อใช้ในการอพยพ มีสปริงเคลอร์ดับเพลิง มีระบบแจ้งเตือนที่ใช้ได้ ต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานของอาคารจากวิศวกรที่เชี่ยวชาญเป็นประจำทุกปี แต่ที่ผ่านมาส่วนมากไม่ค่อยจะทำให้ครบ
เรื่องนี้ประนีประนอมไม่ได้ หากอาคารใดแก้ไขไม่ได้ก็ควรให้ทุบทิ้งไปเลยจะดีกว่า







