
ใต้อลหม่านฝนถล่มไม่เลิก
ฝนยังเทกระหน่ำต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ทำให้หลายจังหวัดในภาคใต้ยังคงเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วม
ฝนยังเทกระหน่ำต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ทำให้หลายจังหวัดในภาคใต้ยังคงเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วม
ทั้งน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ปิดเส้นทาง ถนนพัง หลายหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
จ.นครศรีธรรมราช ยังคงประสบอุทกภัยรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่อยู่ในสภาพสาหัส นอกจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักแล้วยังมีลมกระโชกเข้ามาเสริมอย่างรุนแรงทำให้ต้นไม้ล้ม เสาไฟฟ้าแรงสูงล้มไฟฟ้าดับทั่วทั้งเมือง ซ้ำยังเกิดเหตุก้อนดินขนาดใหญ่ 2 ก้อนสไลด์ลงมาทับเส้นทางสัญจรที่บริเวณเขาธง หมู่ 6 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง เป็นรอยต่อระหว่าง อ.ลานสกา และ อ.ช้างกลาง ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้
คลื่นทะเลสูง 4 ม.ซัดแหลมตะลุมพุก
ขณะที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งทะเล เช่น อ.ปากพนัง หัวไทร สิชล และขนอม ปั่นป่วนอย่างหนักเนื่องจากมีคลื่นลมแรงพัดกระหน่ำ โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่พื้นที่หมู่ 2 และ หมู่ 3 ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง ราว 300 ครัวเรือน คลื่นสูงกว่า 4 เมตร เข้าซัดหมู่บ้านตลอดแนว ถนนคอนกรีตพังเสียหายยับเยิน บ้านถูกทะเลกลืนไปแล้วหลายหลัง ต้นมะพร้าวถูกทะเลเซาะล้มระเนระนาด และที่ยังยืนต้นมั่นคงกลับถูกแรงลมพัดจนหักกลางอย่างน่าใจหาย และในหมู่บ้านมีชาวบ้านที่อยู่ในอาการสับสนออกมายืนดูบ้านและเรือประมง อุปกรณ์ในการหาปลาอย่างไร้ทางออก เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปให้ความช่วยเหลือ
กว่า 100 ชีวิตติดบนเขาไม้ไผ่
คนงานเหมืองแร่ที่ทำงานอยู่ประมาณ 20 คน และชาวบ้านกว่า 100 คน บนภูเขาไม้ไผ่ต่อเขตเขากรุงชิง ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ติดค้างอยู่บนเขา ไม่สามารถจะลงมาได้ประมาณ 23 วันแล้ว และเจ้าหน้าที่จากด้านล่างก็ไม่สามารถจะขึ้นไปช่วยเหลือได้เช่นกัน เส้นทางถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ทางด้านกองทัพภาคที่ 4 ได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือ แต่เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถบินขึ้นไปช่วยเหลือได้ เนื่องจากฝนตกหนักและท้องฟ้าปิดตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้ทางหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่กำลังหาทางที่จะช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป
จ.สุราษฎร์ธานี ฝนได้ตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืน ส่งผลให้ถนนทางหลวงสายเอเซีย 41 ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 134 ไปจนถึงบริเวณสี่แยกไชยา ระยะทาง 5 กม. มีน้ำท่วมสูงกว่า 50 ซม. รถเล็กและรถบรรทุก 6 ล้อไม่สามารถผ่านได้ มีรถจอดเสียจำนวนมากจราจรติดขัดทั้งขาขึ้นและขาล่องมีสภาพเป็นอัมพาต รถบางคันถูกกระแสน้ำพัดตกข้างถนนทำให้การสัญจรถูกตัดขาดทั้งหมดในเวลาต่อมา ส่วนรางรถไฟช่วงสถานีรถไฟไชยา สถานีเขาพนมแบก และสถานีท่าชนะ ต้องปิดบริการชั่วคราว เนื่องจากกระแสน้ำได้พัดหินโรยทางรางรถไฟเสียหาย 30 เมตร
นอกจากนี้ น้ำป่าจากเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง ส่งผลทำให้ อ.ท่าชนะ อ.ท่าฉาง อ.บ้านตาขุน อ.ไชยา จมอยู่ใต้บาดาลระดับน้ำสูงตั้งแต่ 1-3 เมตร ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 3 หมื่นคน ต้องเร่งอพยพไปอยู่ที่ปลอดภัย
คนสมุยแห่ซื้อสินค้ากักตุน
ชาว อ.เกาะสมุย อยู่ด้วยความหวาดผวาและตื่นตระหนก เนื่องจากไฟฟ้าดับทั้งเกาะ หลังจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ตัดจ่ายกระแสไฟฟ้ามาตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อความปลอดภัย ทำให้ประชาชนและชาวต่างประเทศพากันแตกตื่นแห่ไปซื้ออาหารที่ห้างเทสโก้ โลตัส ห้างบิ๊กซี และห้างแม็คโคร สาขาเกาะสมุย ไว้กักตุนจนหมดเกลี้ยง เนื่องจากเรือนอนและรถบรรทุกสินค้าไม่สามารถข้ามฟากได้มากว่า 2 วันแล้ว ส่วนสนามบินสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ขาเข้าและขาออกภายในประเทศและต่างประเทศทุกเที่ยวบิน
ทั้งนี้ หลังจากประกาศเลื่อนเที่ยวบินมาตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากสภาพอากาศปิด มีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารจึงได้ประกาศหยุดบินในช่วงบ่าย ทำให้มีผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินกว่า 1,000 คน ผู้โดยสารบางส่วนต้องนอนรอที่สนามบินเพราะติดต่อที่พักยังไม่ได้ และการเดินทางออกจากสนามบินค่อนข้างลำบาก เพราะมีน้ำท่วมขังถนนหลายสาย
ภานุ วรมิตร ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้รับรายงานมีนักท่องเที่ยวที่พักอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนเกาะที่ต้องการเดินทางออกจากเกาะอย่างน้อย 1,000 คน โดยที่เกาะสมุย มี 5600 คน ที่เกาะพะงัน 200 คน และที่เกาะเต่า 300 คน โดยหนึ่งในจำนวนนี้มี พิยดา จุฑารัตนกุล หรืออ้อม ดาราสาวชื่อดังที่ไปร่วมงานเปิดโลกใต้ทะเลเกาะเต่ารวมอยู่ด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนนี้ไม่ได้จองตั๋วสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จึงได้ประสานไปยังกองทัพเรือเพื่อนำเรือหลวงไปรับนักท่องเที่ยวทั้ง 3 เกาะให้มาขึ้นฝั่งที่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี
จ.พัทลุง น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ อ.กงหรา ตะโหมด ป่าบอน ศรีนครินทร์ ป่าพะยอม และศรีบรรพต อีกครั้ง โดยเฉพาะ อ.ศรีบรรพต ฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้เกิดดินถล่มและดินสไลด์ความยาวประมาณ 100 เมตร และห่างตัวบ้านเพียง 1 เมตร จนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ต้องอพยพออก ซึ่งกินบริเวณกว้าง 5 จุด และถนนเข้าสู่ อ.ศรีบรรพต ถูกตัดขาดทุกเส้นทางแล้ว ขณะที่ต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนประชาชนต่างวิ่งหนีตายกัน
จ.พังงา เรือทุกชนิดไม่สามารถออกจากฝั่งได้เนื่องจากคลื่นลมแรง ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวติดค้างอยู่ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์จำนวน 36 คน และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันจำนวน 80 คน นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่บนเกาะสิมิลันว่า คลื่นได้ซัดเรือขนถ่ายนักท่องเที่ยวอับปางในทะเล 1 ลำ อีก 2 ลำถูกคลื่นซัดเกยตื้นริมฝั่งด้านหน้าหาดเกาะเมียง
อย่างไรก็ตาม พล.ร.ท.ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ส่งเรือหลวงบางปะกงให้การช่วยเหลือ รับนักท่องเที่ยวที่ติดค้างเกาะสุรินทร์และสิมิลัน มีทั้งคนไทยและต่างประเทศ ทุกคนปลอดภัย ส่งขึ้นฝั่งที่ฐานทัพเรือพังงา ส่วนนักท่องเที่ยวติดเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 1,100 คน ขณะนี้เรือหลวงจักรีนฤเบศรเดินทางออกจากฐานทัพเรือสัตหีบเพื่ออพยพนักท่องเที่ยวออกจากเกาะได้เช้าวันนี้
จ.ตรัง น้ำได้ไหลหลากลงมาจากเทือกเขาบรรทัดรอยต่อกับ จ.พัทลุง เข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มริมคลองนางน้อย ทั้งใน อ.นาโยง และ อ.เมืองตรัง ทำให้บริเวณบ้านควนเจาะ ต.ละมอ อ.นาโยง รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ รวมทั้งถนนสายตรังพัทลุง บริเวณหน้าวัดมงคลสถาน (วัดละมอ) ที่มีระดับน้ำสูง 70-100 ซม. เป็นระยะทางประมาณ 50 เมตร
โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าตลาดเทศบาลตำบลนาโยงเหนือ อ.นาโยง ทำให้การสัญจรไปมากับ จ.พัทลุง ถูกตัดขาด ขณะที่ร้านค้าต่างๆ และชาวบ้านต้องเร่งอพยพข้าวของไปไว้ยังบริเวณที่สูงกันอย่างวุ่นวาย โดยเฉพาะในเขตเทศบาลตำบลนาโยงเหนือ ที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก และเคยเกิดปัญหาอย่างรุนแรงมาแล้วเมื่อปลายปี 2553 ที่ผ่านมา
จ.กระบี่ ฝนตกหนักและลมพายุพัดแรงในพื้นที่ จ.กระบี่ ทำให้พื้นที่ ต.ทับปริก บริเวณหมู่ 5 และหมู่ 6 อ.เมือง จ.กระบี่ มีบ้านเรือนของชาวบ้านจมอยู่ใต้น้ำประมาณ 30 หลังคาเรือน ซึ่งทางเทศบาลได้อพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่โรงเรียนเทศบาลเมืองกระบี่เก่า
นอกจากนี้ เรือโดยสารวิ่งกระบี่พีพี ต้องหยุดวิ่งให้บริการชั่วคราว เนื่องจากคลื่นลมแรง ทำให้มีนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเดินทางกลับขึ้นฝั่งเมืองกระบี่ในช่วงบ่ายไม่สามารถเดินทางได้ ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งต้องติดอยู่บนเกาะพีพีประมาณ 100 คน







