
เศรษฐกิจฝ่ามรสุมคลังยันโตได้45%
คลังยืนกรานตัวเลขเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 45% เห็นดอกเบี้ย 3.25% แน่
คลังยืนกรานตัวเลขเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 45% เห็นดอกเบี้ย 3.25% แน่
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จากการประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้ใหม่พบว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในระดับเดิม 4-5% ต่อปี หรือเฉลี่ย 4.5% ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจของไทยขยายตัวต่ำกว่าที่คาดจะมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น รวมถึงความไม่สงบในตะวันออกกลางและภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่น
นายนริศ ประเมินว่าแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้จะมาจากเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคการใช้จ่ายที่ปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้จะอยู่ในระดับ 3.6% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจภายนอกประเทศอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นกัน โดยคาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล 3.5% ของจีดีพี
สศค. คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกจะขยายตัวได้ 2-3% ต่อปี โดยผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จะส่งผลให้เศรษฐกิจในไตรมาส 2 ขยายตัวได้ต่ำกว่าคาด
นายนริศ กล่าวว่า ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน มี.ค.นี้ จะขยายตัวเพิ่มเป็น 2.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวแค่ 2.87% สาเหตุสำคัญมาจากดัชนีราคาสินค้าในหมวดผักและผลไม้ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากผลผลิตที่ลดลง โดยเฉพาะพืชผักบางชนิดที่มีปริมาณลดลง เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายเศรษฐกิจมหภาค กล่าวว่า สศค. ได้คงประมาณการเศรษฐกิจไว้เท่าเดิม โดยพิจารณาจาก 6 สมมติฐานหลัก ได้แก่ 1.ภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ปรับตัวดีขึ้น 2.ราคาน้ำมันดิบดูไบ คาดเฉลี่ยทั้งปี 95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มจากเดิมที่คาด 83 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล 3.อัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ 3.25%
4.ราคาสินค้าส่งออกและนำเข้าสูงขึ้นจากประมาณการครั้งก่อน โดยราคาสินค้าส่งออกคาดว่าจะขยายตัว 7% และราคาสินค้านำเข้าคาดจะขยายตัว 8.6% 5.ค่าเงินบาท คาดว่าจะอ่อนค่าลงจากประมาณการครั้งก่อน จากความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ แต่เฉลี่ยทั้งปีน่าจะอยู่ระดับ 30.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
6.รายจ่ายภาคสาธารณะคาดว่าจะมี 2.75-2.78 ล้านล้านบาท ขยายตัว 9-10.1% จากปีงบประมาณ 2553







