
ศิริโชคยันประชุมร่วมสภาเจบีซีแค่รับทราบรายงาน
ศิริโชค ชี้ประชุมร่วมสภาเป็นเพียงรับทราบผลศึกษากมธ.บันทึกการประชุมเจบีซีไทย-เขมร ไม่ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ศิริโชค ชี้ประชุมร่วมสภาเป็นเพียงรับทราบผลศึกษากมธ.บันทึกการประชุมเจบีซีไทย-เขมร ไม่ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ที่รัฐสภา นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนและส.ส.จำนวนหนึ่ง ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(เจบีซี)ไทย-กัมพูชา 3 ฉบับ เข้าข่ายเป็นสนธิสัญญา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 หรือไม่ เมื่อปลายปีที่แล้ว ปรากฏว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือถึงรัฐสภา โดยแจ้งว่ารับพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งตนคิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่มีผลต่อการลงมติของที่ประชุมร่วมรัฐสภาวันนี้(29 มี.ค.) เนื่องจากเป็นเพียงการรับทราบรายงานบันทึกผลการประชุมเจบีซี หลังจากที่ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาไปเท่านั้น แต่ไม่ใช่การลงมติรับรองหรือเห็นชอบผลประชุมดังกล่าว ซึ่งถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบันทึกผลประชุมเจบีซีไม่เข้าข่ายเป็นสนธิสัญญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 คณะกรรมการเจบีซีไทย-กัมพูชาสามารถเดินหน้าทำงานต่อได้เลย แต่ถ้าบันทึกผลประชุมนี้เข้าข่ายก็ต้องนำกลับเข้าสู่รัฐสภา เพื่อให้การรับรองหรือให้ความเห็นชอบ
ส่วนกรณีที่ทางกัมพูชาตั้งเงื่อนไขว่า ถ้ารัฐสภาไทยพิจารณาบันทึกการประชุมไม่เรียบร้อย ก็จะไม่ประชุมเจบีซีกับไทย นั้น ตนเองมองว่าเป็นข้ออ้างของฝ่ายกัมพูชา ที่พยายามหยิบยกปัญหาเขตแดนไปสู่องค์กรระหว่างประเทศหรือศาลโลก แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาเป็นเช่นนั้นจริง แล้วต้องนำกลับเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา คงทำให้รัฐบาลทำงานยากขึ้น แต่เราก็ต้องเจรจาและอธิบายให้กัมพูชาเข้าใจว่า เราจำเป็นต้องรอทำตามกระบวนการของกฎหมายไทย และน่าจะใช้เวลาไม่นาน นอกจากนี้ คณะกรรมการเจบีซียังสามารถเดินหน้าประชุมหารือถึงการดำเนินการในส่วนอื่นๆ ได้ในสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่อยู่ในบันทึกผลประชุมทั้ง 3 ฉบับ







