
ตร. 8 กองร้อยดูแลสภาหวั่นม็อบบุก
สส.-สว.ทยอยร่วมประชุมรัฐภา พิจารณาเจบีซีไทย-กัมพูชา ด้าน ประธานวิปรัฐบาล เชื่อ แค่รับทราบรายงานกมธ.เท่านั้น เหตุต้องรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ตำรวจ 8 กองร้อยดูแลสภาหวั่นม็อบบุก
สส.-สว.ทยอยร่วมประชุมรัฐภา พิจารณาเจบีซีไทย-กัมพูชา ด้าน ประธานวิปรัฐบาล เชื่อ แค่รับทราบรายงานกมธ.เท่านั้น เหตุต้องรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ตำรวจ 8 กองร้อยดูแลสภาหวั่นม็อบบุก
วันนี้ 09.30 น.ที่รัฐสภา การประชุมร่วมรัฐสภาที่จะมีการพิจารณาบันทึกผลการประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี รวม 3 ฉบับ ที่ได้พิจารณาเสร็จแล้ว เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามมาตราที่ 190 ของรัฐธรรมนูญ โดยในวันนี้จะเป็นการรายงานผล หลังจากรัฐบาลหารือกับคณะกรรมาธิการ เรื่องข้อสังเกตและข้อกังวลในหลายประเด็นของสมาชิกรัฐสภา ภายหลังจากการประชุม เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยหากที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้น จะทำให้สามารถเดินหน้าการประชุม เจบีซี ในวันที่ 7 และ 8 เมษายน ที่ประเทศอินโดนีเซียได้ ล่าสุดขณะนี้ ส.ส. และ ส.ว. ต่างทยอยเดินทางกันมาร่วมประชุมอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีผู้ยื่นเรื่องดังกล่าวให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความว่า จะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาหรือไม่ ทำให้ทางสมาชิกวุฒิสภา อาจไม่ออกความเห็นรับรองรายงานการบันทึกดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่า อาจจะติดตามมาตราที่ 157 ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้มีการวินิจฉัย ซึ่งทางด้าน นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ก็เห็นด้วยกับทางวุฒิสภา ที่ต้องรอคำวินิจฉัยจากศาล ไม่สามารถยุติได้ในวันนี้เพราะเรื่องอยู่ในชั้นศาล
นายวิทยา แก้วภราดรัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า การประชุมร่วมของรัฐสภาวันนี้ จะเป็นการลงมติเพียงเพื่อการรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) รวม 3 ฉบับ โดยยังไม่ได้เป็นการรับรองบันทึก เจบีซี เนื่องจากที่ประชุมคงต้องรอฟังคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมที่สมาชิกได้ยื่นตีความไว้ก่อนหน้านี้ว่า ร่าง เจบีซี ดังกล่าวเป็นหนังสือสัญญาที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา 190 หรือไม่
นายวิทยา กล่าวว่า ตนยืนยันว่าการลงมติรับทราบรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบที่จะทำให้ไทยเสียดินแดนหรือไม่ แต่จะทำให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถไปประชุมเพื่อเจรจาแก้ไขปัญหาข้อพิพาทกับกัมพูชาได้ เพราะไม่เช่นนั้นการแก้ไขปัญหาจะถูกยกระดับไปสู่ระดับพหุภาคี และป้องกันไม่ให้ปัญหารุนแรงจนอาจเกิดสงคราม
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 8 กองร้อย หรือ ประมาณ 1,200 นาย ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งพื้นที่ด้านในและด้านนอก ของอาคารรัฐสภา ในช่วงที่มีการประชุมร่วมรัฐสภา โดยได้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา ตามจุดบริเวณแยกต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อตรวจตรากลุ่มบุคคล ที่จะผ่านเข้าออก บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา โดยจะใช้มาตรการดูแลตามปกติ แต่เน้นเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานข่าวความเคลื่อนไหว จากการกดดันของมวลชนที่จะออกมาคัดค้าน รวมถึงไม่มีการข่าวการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มบุคคลที่ 3







