
ดัชนีอุตฯก.พ.ร่วง3.4%
อิเล็กทรอนิกส์โรงกลั่นสิ่งทอชะลอกำลังผลิตหลังสต๊อกล้น
อิเล็กทรอนิกส์โรงกลั่นสิ่งทอชะลอกำลังผลิตหลังสต๊อกล้น
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. ร่วง 3.4% ต่ำสุดรอบ 17 เดือน เหตุอิเล็กทรอนิกส์ โรงกลั่น เครื่องนุ่งห่ม ชะลอผลิต
นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. 2554 ปรับตัวลดลง 3.4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าดัชนีลดลงมาอยู่ที่ 176.94 เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือน นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2552 ที่มีค่าดัชนีอยู่ที่ 169
ขณะที่อัตราการใช้กำลังผลิตอยู่ที่ 59.10% ต่ำสุดรอบ 9 เดือน ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2553 เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ การกลั่นน้ำมัน เสื้อผ้าสำเร็จรูปกำลังการผลิตลดลง โดยกลุ่มฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ผลิตลดลง 11.6% เพราะก่อนหน้านี้ผู้ผลิตเร่งผลิตเพื่อชดเชยสต๊อกที่หายไป แต่ตอนนี้สต๊อกเริ่มเข้าสู่ระดับคงที่ เชื่อว่าในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า การผลิตในส่วนนี้จะฟื้นกลับมาอีกครั้งเพื่อผลิตเทคโนโลยีรุ่นใหม่ๆ ออกมา ส่วนการจำหน่ายลดลง 10% เพราะไทยส่งออกสินค้าคอม พิวเตอร์ไปจีนได้ลดลง
ขณะเดียวกันก็มีหลายอุตสาห กรรมที่อยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุง โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ที่มีโรงกลั่น 3 แห่งปิดซ่อมบำรุงอยู่ ได้แก่ โรงกลั่น ปตท. บางจาก และเอสโซ่ ส่วนกลุ่มเครื่องนุ่งห่มที่ลดลง เพราะเริ่มมีผู้ประกอบการย้ายฐานผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านบ้างแล้ว
“แม้ว่าค่าดัชนีจะลดลงมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แต่การผลิตของไทยก็ยังอยู่ในระดับที่ดี เหตุผลที่ค่าดัชนีลดลงมากเพราะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มโรงกลั่นเป็นหลัก เนื่องจาก 2 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่มีน้ำหนักในการคำนวณค่าดัชนีรวมกันประมาณ 17% หากการผลิต 2 กลุ่มนี้ไม่ลด ค่าดัชนีจะเป็นบวก ส่วนแนวโน้มของค่าดัชนีในเดือนหน้าคาดว่าจะเริ่มปรับตัวกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง เพราะเป็นฤดูกาลผลิตของทุกอุตสาหกรรม” นางสุทธินีย์ กล่าว
สำหรับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่นต้องรอดูปัญหานิวเคลียร์ ถ้ารุนแรงมากจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ในส่วนของภาคการผลิต ไทยยังไม่ได้รับผลกระทบมาก เพราะการผลิตเชื่อมโยงกับญี่ปุ่นบางส่วน และประเทศอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เนื่องจากญี่ปุ่นมีสายผลิตอยู่ทั่วโลก
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ แม้ว่าจะเริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้วจากการที่โรงงานผลิตชั้นส่วนบางแห่งของญี่ปุ่นต้องหยุดผลิตชั่วคราว แต่จะไม่มีผลต่อดัชนีในภาพรวมมากนัก เพราะกระทบเพียงอุตสาหกรรมเดียว และในเดือนมี.ค.ก็เป็นช่วงที่การผลิตรถยนต์อยู่ในระดับสูง โดยผลกระทบจากญี่ปุ่นน่าจะสะท้อนออกมาในค่าดัชนีการผลิตของไทยในช่วงเดือนเม.ย.
“เป้าหมายดัชนีปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 6-8% และการขยายตัวภาคอุตสาหกรรม 5.5-6.5% ยังไม่ปรับเป้าหมาย เพราะไม่เห็นสัญญาณที่น่ากังวล” นางสุทธินีย์ กล่าว







