
ญี่ปุ่นสลัดไม่หลุดวิกฤตนิวเคลียร์ โลกจนมุมสึนามิเศรษฐกิจ
จนถึงที่สุดแล้ววิกฤตหายนภัยในญี่ปุ่นยังสร้างความพรั่นพรึงได้อย่างไม่ขาดระยะ
จนถึงที่สุดแล้ววิกฤตหายนภัยในญี่ปุ่นยังสร้างความพรั่นพรึงได้อย่างไม่ขาดระยะ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
จนถึงที่สุดแล้ววิกฤตหายนภัยในญี่ปุ่นยังสร้างความพรั่นพรึงได้อย่างไม่ขาดระยะ โดยที่ล่าสุดระดับรังสีรั่วไหลออกมามากถึง 10 ล้านเท่าจากระดับปกติ ทำให้ต้องประเมินผลความเสียหายเหนือกว่าที่เคยประเมินไว้
นี่คือ “สึนามิ” อย่างแท้จริง เพราะแม้จะเตือนภัยได้ แต่หากสึนามิเกิดขึ้นในระดับใกล้ชายฝั่งเหมือนดังที่เกิดขึ้นกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือที่เรียกกันว่า โตโฮกุ การเตือนภัยย่อมมีประโยชน์เพียงน้อยนิด เพราะศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ประชิดแผ่นดินเพียงแค่คืบ
เช่นเดียวกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นยิ่งเลวร้ายลงกว่าคาด ไม่ต่างกับสึนามิที่เข้าโจมตีอย่างรวดเร็วเกินกว่านักลงทุนจะตั้งการ์ดรับ เพราะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หมายเลข 1 อยู่ประชิดกรุงโตเกียวเพียงแค่ 200 กว่ากิโลเมตร
ที่สำคัญก็คือ การคาดการณ์ทุกอย่างเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เมื่อก่อนหน้านี้เริ่มผิดพลาด เพราะปฏิบัติการกอบกู้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หมายเลข 1 กลับไร้ผล และการรั่วไหลของรังสีมีระดับสูงถึง 10 ล้านเท่าจากระดับปกติ!
แต่แรกนั้นธุรกิจชั้นนำของญี่ปุ่นประกาศชะลอการผลิตเนื่องจากโรงงานหลายแห่งได้รับความเสียจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ หาไม่แล้วก็ได้รับผลกระทบจากกระแสไฟฟ้าที่ลดลง เนื่องจากความเสียในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่สำคัญที่สุดในแถบภาคกลางของประเทศ จนต้องร่วมกันปันส่วนการใช้ไฟฟ้านับตั้งแต่พื้นที่ประสบภัย จนถึงกรุงโตเกียว อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของหลายๆ บริษัท
แต่บัดนี้ ปัญหามิได้อยู่ที่การส่งชิ้นส่วนการผลิตล่าช้าอีกต่อไป
แต่อยู่ที่ความกังวลของลูกค้าและชาวโลก ที่หวั่นเกรงว่าสินค้าที่ส่งจากญี่ปุ่นจะปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีหรือไม่
ไม่เฉพาะแค่สินค้าบริโภคเท่านั้น แต่บัดนี้ความกังวลจะลุกลามมาถึงสินค้าบริโภค หลังจากที่ระดับการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีเกินกว่ามาตรฐานถึงระดับอันตรายยิ่งกว่าอันตราย
ที่ผ่านมาหลายประเทศแสดงความกังวลว่าสินค้าบริโภคจากญี่ปุ่นอาจปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี แต่ความกังวลนี้เป็นเพียงส่วนเสี้ยวของความกังวลและจำกัดวงเฉพาะบางประเทศเท่านั้น นั่นเพราะในช่วงฤดูหนาวญี่ปุ่นจะเพาะปลูกสินค้าเกษตรในเรือนกระจกเพื่อป้องกันความเสียหายจากหิมะและอากาศหนาวเหน็บ ระดับรังสีที่ปนเปื้อนจึงอยู่ในระดับต่ำ
ที่สำคัญก็คือ ญี่ปุ่นมิใช่ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรสุทธิ การผลิตในประเทศมุ่งเน้นที่การบริโภคภายในประเทศ เว้นแต่วัตถุดิบพิเศษบางชนิดที่ใช้สำหรับภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นเท่านั้น
สินค้าบริโภคจึงมิใช่ปัญหาสำหรับคนทั่วไป (ยกเว้นผู้มีรสนิยมอาหารญี่ปุ่นเป็นพิเศษจนถึงต้องบริโภควัตถุดิบนำเข้าจากประเทศนั้นโดยตรง)
ปัญหาอยู่ที่สินค้าอุปโภคหรือชิ้นส่วนการผลิตสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งญี่ปุ่นเป็นผู้นำในด้านนี้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Toyota ที่ประกาศหมุนเวียนฐานการผลิต (Rotation) เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลน หลังจากวิกฤตนิวเคลียร์ยังผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าในญี่ปุ่นสูญหายไปถึง 11%
หลังจากสัปดาห์ที่แล้วเสียเวลาไปทั้งสัปดาห์เพื่อประเมินความเสียหายจากวิกฤตรังสีรั่วไหลที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หมายเลข 1 แต่ล่าสุดหนทางที่ดีกว่าย่อมเป็นการหลีกหนีให้ไกลจากรัศมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หมายเลข 1 ซึ่งนับวันยิ่งไว้วางใจมิได้ และหากเชื่อในคำยืนยันของ TEPCO ผู้บริหารจัดการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หมายเลข 1 และรัฐบาลญี่ปุ่น ก็หมายถึงการเสียเวลาประเมินสถานการณ์ใหม่ทุกสัปดาห์ หรือแม้กระทั่งประเมินใหม่กันแบบรายวัน
กลายเป็นการบั่นทอนศักยภาพด้านการแข่งขันโดยไม่จำเป็นในสถานที่ Toyota บอบช้ำไม่น้อยอยู่แล้ว
หาก Toyota ยิ่งนอนใจหรือไว้ใจกับความสามารถในการจำกัดวงความเสียหาย Toyota จะเป็นรายแรกๆ ที่บอบช้ำที่สุด เพราะยอดขายรถยนต์ของยักษ์ใหญ่ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์รายนี้หดตัวลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี จากวิกฤตเรียกรถยนต์คืนเมื่อปีที่แล้ว
มาปีนี้กำลังการผลิตรถยนต์ทั่วโลกอาจหดตัวลงถึง 30% ยิ่งบั่นทอนหมาย 1 ของญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นทวีคูณ ในช่วงเวลาที่เพิ่งฟื้นตัวได้จากวิกฤตคราวที่แล้ว
ด้าน Nissan ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมยนต์อันดับที่ 2 ของญี่ปุ่น ยังไม่แสดงท่าทีกับความคืบหน้าล่าสุด แต่โฆษกของ Nissan ยืนยันกับสำนักข่าว Bloomberg ว่า จะร่วมมือกับค่ายรถยนต์รายอื่นอย่างเต็มที่ เพื่อประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับการผลิตที่มีอยู่อย่างจำกัด
แต่ปัญหามิได้อยู่กับกระแสไฟฟ้าที่จำกัดอีกต่อไป
ปัญหาอยู่ที่ความเชื่อมั่นต่อสินค้าทุกประเภทที่ส่งออกมาจากญี่ปุ่น ไม่ต้องเอ่ยถึงสินค้าเกษตร ซึ่งบริโภคในปริมาณจำกัดอย่างมาก เพราะความกังวลจะไปกระจุกตัวที่สินค้าอุปโภค ตั้งแต่สินค้าฟุ่มเฟือยกระจุกกระจิก ไปจนถึงสินค้าที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชิ้นส่วนอะไหล่รถ
แม้ว่าสินค้าประเภทอุปโภคจะได้รับผลกระทบน้อยนิดจากการปนเปื้อน แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดให้ความรู้ความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าสินค้าประเภทใดบ้างที่จะเป็นอันตรายยิ่งยวดจากวิกฤตการเปื้อนกัมมันตภาพรังสีที่ทวีความเลวร้ายจนแทบเกินความคาดเดา และความหวาดระแวงนี้ในที่สุด
เมื่อไล่เรียงอุตสาหกรรมจากญี่ปุ่นที่ได้รับผลสะเทือนจากวิกฤตยืดเยื้อที่ฟูกุชิมา จะพบว่าระดับความเสียหายขยายวงกว้างไม่แพ้ระดับรังสี
อุตสาหกรรมแผ่นชิปอันเป็นส่วนสำคัญในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะ Silicon Wafer เริ่มสิ้นหวังมากขึ้น เพราะแม้ว่าจะเริ่มการผลิตได้อีกครั้งเมื่อผ่านวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาได้ แต่จะยังต้องเผชิญผลเสียจากภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ เนื่องจากโรงงานผลิตวัตถุดิบหลายแห่งอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
อุตสาหกรรมชิปจะสั่นสะเทือนเศรษฐกิจโลกไม่น้อย เพราะญี่ปุ่นมีสัดส่วนการผลิต Silicon Wafer ถึง 60% ของกำลังการผลิตทั่วโลก
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เฉพาะ Sony ผู้นำในอุตสาหกรรมด้านนี้ ยังต้องปิดโรงงานถึง 9 แห่งจากทั้งหมด 25 แห่ง เนื่องจากขาดแคลนพลังไฟฟ้า
สถานการณ์เดียวกันนี้ ไม่เพียงกระทบต่อรายได้ของบริษัทต่างๆ เท่านั้น แต่ยังขัดขวางพัฒนาการของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โดยรวม ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การที่ญี่ปุ่นเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนของ iPad 2 หากโรงงานในญี่ปุ่นยังปิดหนีกัมมันตภาพรังสี iPad 2 ยิ่งคลอดสู่ตลาดช้าเป็นเงาตามตัว
นี่เป็นเพียงอุตสาหกรรมส่วนน้อยเท่านั้นที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของชาวโลก
อุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในระยะแรก เพราะเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ต่อมาอาจกระทบต่ออุตสาหกรรมกลุ่มอื่นๆ หากยังปราศจากการชี้แจงแถลงไข จนกระทั่งประชาชนยิ่งเข้าใจไปเองว่า TEPCO และรัฐบาลญี่ปุ่นรวมหัวกันปิดบังความเลวร้ายที่แท้จริงของภัยพิบัติครั้งนี้
นี่คือสึนามิแท้จริง ที่รอกระหน่ำเศรษฐกิจญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศที่ผูกติดตนเองกับมหาอำนาจประเทศนี้







