
คลังได้ฤกษ์ดีชงภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้างเข้าสภา
คลังได้ฤกษ์ผลักดันกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปฝังตัวไว้ในชั้นการพิจารณาของรัฐสภา
คลังได้ฤกษ์ผลักดันกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปฝังตัวไว้ในชั้นการพิจารณาของรัฐสภา
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดส่งร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ... ที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขกลับมาให้กระทรวงการคลังแล้ว ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังพิจารณาเนื้อหาในรายละเอียดเพื่อเสนอให้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พิจารณานำร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาให้ทันในสมัยการประชุมนี้
“ถ้าทำความเห็นเสร็จวันจันทร์ก็เสนอให้ รมว.คลัง ลงนามทันที เพื่อนำเข้า ครม. ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ แต่ถ้าไม่ทันก็ต้องเป็นสัปดาห์หน้า เพราะกฎหมายฉบับนี้มีผลสำคัญต่อการปฏิรูปภาษีและลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และปัญหาที่ทำกินของคนในชาติ ซึ่งในกรอบหลักๆ นั้น ถือว่าดีกว่าการจัดตั้งธนาคารที่ดิน เพราะเป็นการใช้ภาษีมาจำกัดการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม” แหล่งข่าวเปิดเผย
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะพยายามผลักดันให้มีการบังคับใช้กฎหมายการออมแห่งชาติให้มีผลบังคับใช้ในรัฐบาลนี้ ซึ่งจะช่วยสร้างสวัสดิการให้เกิดขึ้นกับคนชนชั้นรากหญ้าที่ไร้หลักประกันในชีวิตในยามแก่ตัวลงไปกว่า 30-40 ล้านคน
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังมีเป้าหมายหลักในการทำงานว่าจะเน้นการสร้างความเท่าเทียมนั้น จะต้องมีการดูแลจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งคลังได้ผลักดันกฎหมายพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ที่คาดว่าจะมีผลใช้บังคับได้ก่อนที่รัฐบาลจะยุบสภา
ทั้งนี้ กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างผลักดัน ก็จะช่วยทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะที่รกร้างว่างเปล่าอย่างเกิดประโยชน์มากขึ้น
สาระสำคัญของโครงสร้างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นกำหนดกรอบดังนี้ ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม กำหนดเพดานภาษีสูงสุด 0.05% ของราคาประเมิน ที่ดินเพื่ออยู่อาศัย กำหนดอัตราภาษีสูงสุด 0.1% ของราคาประเมิน ที่ดินเพื่อการพาณิชย์ กำหนดอัตราภาษี 0.5% ของราคาประเมิน







