
รังสีรั่วในน้ำสูง10ล้านเท่า ยันอันตรายยังไม่มาถึงไทย
ญี่ปุ่นวิกฤต ตรวจพบกัมมันตภาพรังสีรั่วสูงกว่า 10 ล้านเท่าจากระดับปกติ คาดแกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์แตกร้าว
ญี่ปุ่นวิกฤต ตรวจพบกัมมันตภาพรังสีรั่วสูงกว่า 10 ล้านเท่าจากระดับปกติ คาดแกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์แตกร้าว
ญี่ปุ่นตรวจพบปริมาณสารกัมมันตรังสีจากน้ำในเตาปฏิกรณ์ตัวที่ 2 สูงถึงกว่า 1,000 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง หรือเกินกว่าปกติถึง 10 ล้านเท่า ปริมาณกัมมันตภาพรังสีสูงมากจนต้องสั่งถอนเจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ออกจากพื้นที่ พร้อมเร่งตรวจหาสาเหตุ
ตามข้อมูลของสำนักงานปกป้อง สิ่งแวดล้อมของสหรัฐ ระบุว่า การได้รับสารกัมมันตรังสี 1,000 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง เพียงครั้งเดียว จะกระทบรุนแรง เกิดการตกเลือดได้
ขณะเดียวกันยังพบกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนในน้ำทะเล รอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สูงกว่าปกติถึง 1,850 เท่า เพิ่มจากวันที่ 26 มี.ค. อยู่ที่ 1,250 เท่า และสูงกว่าระดับความปลอดภัย ที่รัฐบาลกำหนด 4 เท่า
ทว่าในเวลาต่อมา นายเทกาชิคูริตะ โฆษกของบริษัท โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ (เทปโค) ออกมาปฏิเสธว่า ปริมาณกัมมันตภาพรังสีในน้ำทะเลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เชื่อถือไม่ได้ และกำลังให้เจ้าหน้าที่หาตัวอย่างและตรวจหาตัวเลขที่ชัดเจนและแม่นยำอีกครั้ง
แม้ว่านายยูคิโอะ อิดาโนะ โฆษกรัฐบาล ออกมาระบุว่า ค่าที่วัดได้จากน้ำที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี ทำให้เกือบเป็นที่แน่นอนแล้วว่าเกิดจากการแตกร้าวของแกนปฏิกรณ์ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ จากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
“สถานการณ์รุนแรงมาก พวกเขาต้องปั๊มน้ำที่ปนเปื้อนออกและกำจัดทิ้ง เพื่อที่จะลดปริมาณสารกัมมันตรังสีให้ลดต่ำลง แต่ในความจริงแล้วเป็นไปไม่ได้ เพราะอยู่ในพื้นที่นั้นเพียง 2-3 นาทีก็อันตรายแล้วและเป็นไม่ได้เช่นกันที่จะระบุว่าจะใช้เวลามากน้อยเพียงใดที่จะเข้าไปควบคุมสถานการณ์” นายโรเบิร์ต ฟิงก์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปกป้องสารกัมมันตรังสีของสวีเดน กล่าว
นายสมวงศ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการสถาบันจีโนม ไบโอเทค สำนัก งานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กัมมันตภาพรังสีในน้ำทะเล ถ้าเข้มข้นสิ่งมีชีวิตตายทันที ถ้าเจือจางดีเอ็นเอจะกลายพันธุ์ ปลาเป็นหมัน เป็นมะเร็ง ส่วนอาหารที่นำเข้าถ้ามีรังสี จะตรวจพบง่ายกว่าเชื้อโรค คนไทยอย่าวิตก







