
อย่าเพิกเฉย
ความแปรปรวนของสภาพอากาศและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในช่วงเดือนนี้ กล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่คนไทยไม่เคยประสบมาก่อน
ความแปรปรวนของสภาพอากาศและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในช่วงเดือนนี้ กล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่คนไทยไม่เคยประสบมาก่อน
เดือน มี.ค. เดือนที่เต็มไปด้วยความร้อนอบอ้าวของหน้าแล้ง กลับเกิดปรากฏการณ์หนาวเหน็บขึ้นอย่างเฉียบพลัน หลายพื้นที่ความเยือกเย็นของอากาศหนาวเย็นเสียยิ่งกว่าฤดูหนาว หลายพื้นที่ยังเผชิญกับพายุฝนรุนแรง ขณะที่หลายพื้นที่กลับเผชิญกับสภาพภัยแล้งขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร
ไม่เพียงเท่านั้นในเดือนนี้ ประเทศไทยยังเผชิญกับแผ่นดินไหวระดับ 6.7 ริกเตอร์ที่เกิดขึ้นในพม่ามีจุดศูนย์กลางห่างจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 10 กม.
สภาพธรรมชาติแปรปรวนดังกล่าว ทำให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ต้องออกประกาศพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จำนวน 47 จังหวัด 354 อำเภอ 2,433 ตำบล 23,981 หมู่บ้าน ภาคเหนือ 17 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ภาคกลาง 5 จังหวัด ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ภาคใต้ 3 จังหวัด
เวลาเดียวกัน กลับเกิดสภาพน้ำป่าหลากท่วมอย่างหนักในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และพัทลุง บางพื้นที่เกิดปัญหาทับซ้อนตามมาคือ ดินถล่ม จนต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วม ด้วยสภาพดังนี้ ปี 2554 จึงเป็นอีกปีที่ยากลำบากสำหรับคนไทย โดยเฉพาะประชาชนที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร และปัญหาที่จะทับทวีบนบ่าคนไทยให้หนักขึ้นคือปัญหาข้าวยากหมากแพงที่สาหัสขึ้น
ปัญหาที่กำลังก่อตัว ซ้ำดูเหมือนจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น กลับไม่ปรากฏว่า หน่วยงานของรัฐได้มีการวางแผนรับมือใดๆ เป็นพิเศษ ทุกอย่างยังคงไปในรูปแบบปฏิบัติเดิมๆ ที่พิสูจน์แล้วว่าไร้ซึ่งประสิทธิภาพ ดังสภาพซึ่งประสบในปีผ่านๆ มา
เหตุที่เป็นเช่นนี้ มาจากความไม่กระตือรือร้นในการรับรู้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนของรัฐบาลนั่นเอง โดยเฉพาะในยามที่รัฐบาลกำลังนับถอยหลังไปสู่การยุบสภาในอีก 1 เดือนเศษ
ในโลกปัจจุบันที่ข่าวสารสามารถเดินทางอย่างรวดเร็ว คนไทยมีโอกาสชื่นชมความมุ่งมั่นของรัฐบาลญี่ปุ่นในการกอบกู้ประเทศช่วยเหลือประชาชนที่ประสบมหาภัยพิบัติแผ่นดินไหว สึนามิ และปัญหาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์
ในฐานะสื่อมวลชนจำต้องกระตุ้นเร่งเร้ารัฐบาลให้กลับมาสนใจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วนและจริงจัง เพราะหน่วยงานรัฐต่างๆ ที่เป็นกลไกในการแก้ไขปัญหา ล้วนต้องพึ่งพาการบริการจัดการและสั่งการจากรัฐบาลทั้งสิ้น
หากรัฐบาลอยู่ในสภาพสนใจมุ่งมั่นอยู่เพียงปัญหาการเมือง การเตรียมการเพื่อให้ได้ชัยชนะจากการเลือกตั้งดังที่เห็นและเป็นอยู่ ก็เป็นที่แน่นอนว่ากลไกของรัฐทั้งหมดทั้งมวลยากที่จะขยับเขยื้อน
ปัญหาของประเทศไทยในวันนี้เบาบางกว่าญี่ปุ่นหลายเท่า คงไม่เป็นการเกินกำลังที่รัฐบาลจะช่วยให้ประชาชนคนไทยภาคภูมิใจเชื่อมั่นในรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐบาล ดังที่คนญี่ปุ่นมีให้กับรัฐบาลของเขาด้วยเถิด







