
นักวิชาการห่วงรอยเลื่อนในไทย
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ชี้แผ่นดินไหวพม่าไม่น่าห่วง กังวลรอยเลื่อยศรีสวัสดิ์ ด่านเจดีย์สามองค์
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ชี้แผ่นดินไหวพม่าไม่น่าห่วง กังวลรอยเลื่อยศรีสวัสดิ์ ด่านเจดีย์สามองค์
รศ.ดร.อมร พิมานมาศ ประธานอนุกรรมการวิศวกรรมโครงสร้างและสะพาน วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวในงานสัมมนาแผ่นดินไหวพม่ามีผลต่อไทยหรือไม่ และควรรับเตรียมรับมืออย่างไรว่า แผ่นดินไว้ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ขนาด 6.7 ริกเตอร์ ที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติของสถิติการเกิดแผ่นดินไหวและบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5 – 7 ริกเตอร์มาอย่างต่อเนื่องแล้ว แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในคราวนี้ ถึงแม้ว่าจะส่งผลมาถึงกรุงเทพฯ แต่ก็ไม่ทำให้อาคารเสียหารุนแรง แม้กระทั้งแผ่นดินไหวขนาด 9.1 ริกเตอร์ที่เกาะสุมาตรา เมื่อปี 2547 ก็ไม่ทำให้อาคารในกรุงเทพฯ เสียหายรุนแรง แต่ทำให้อาคารมีการสั่นไหวเท่านั้น
ทั้งนี้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวทั้งที่เชียงราย และที่เกาะสุมาตราเกิดห่างจากกรุงเทพฯ มาก จุดที่น่าเป็นความเสี่ยงสำหรับอาคารในกรุงเทพ คือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งเชื่อมต่อกับรอยเลื่อนสะแกงในประเทศพม่า รอยเลื่อนนี้เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5 – 7 ริกเตอร์มาแล้ว และเนื่องจากรอยเลื่อนเหล่านี้ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 300 กิโลเมตร เท่านั้น จึงเป็นจุดเสี่ยงพอสมควร ดังนั้นอาคารในกรุงเทพฯ จะต้องเตรียมความพร้อมให้ดี หากเป็นอาคารใหม่ควรมีการก่อสร้างอาคารให้เป็นไปตามกฎกระทรวงปี 2550 และควรมีการออกแบบให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหว โดยเน้นการใส่เหล็กปลอกในเสาให้สูง เพื่อเพิ่มความเหนียว ทำให้อาคารโยกตัวไปมาได้มากขึ้น แต่หากเป็นอาคารที่ก่อสร้างไปแล้วสามารถทำการเสริมกำลังโดยใช้แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์หรือใช้เฟอโรซีเมนต์เพื่อเพิ่มความเหนียวให้กับอาคาร ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพได้รับการพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการทดสอบมาแล้ว
นายจักรพันธ์ ภวังคะรัตน์ ประธานสาขาวิศวกรรมเครื่องกล วสท. กล่าวถึง 7 รายการตรวจสอบเบื้องต้นหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว สำหรับฝ่ายบริหารอาคาร นอกจากการตรวจสอบรอยแตกร้าวของโครงสร้างและวัสดุของอาคารแล้ว ฝ่ายบริหารอาคารควรตรวจสอบตามรายการดังต่อไปนี้ หลังเกิดแผ่นดินไหว ได้แก่ ลิฟต์ ตรวจสอบโดยการให้ลิฟต์วิ่งขึ้นลงล่างสุดถึงชั้นสูงสุด เพื่อตรวจสอบว่ามีการติดขัดหรือมีความสั่นสะเทือนผิดปกติหรือไม่ ท่อน้ำ ตรวจสอบในช่องท่อน้ำแนวดิ่ง อันได้แก่ ท่อน้ำประปา ท่อน้ำดับเพลิง ท่อน้ำระบบปรับอากาศ เพื่อตรวจว่าท่อแตกรั่วซึมหรือไม่ ท่อก๊าซหุงต้ม ตรวจสอบที่ตั้งถังก๊าซและตลอดแนวท่อก๊าซ เพื่อตรวจว่ามีการรั่วซึม หรือมีกลิ่นก๊าซหุงต้มหรือไม่ ถังน้ำประปา ตรวจสอบถังน้ำประปาชั้นหลังคา หรือชั้นกึ่งกลางอาคาร เพื่อตรวจสอบว่ามีความเสียหายหรือไม่สายไฟฟ้าและตัวนำไฟฟ้าแนวดิ่ง ตรวจสอบในห้องไฟฟ้าประจำชั้น เพื่อตรวจว่ามีการลัดวงจร มีกลิ่นไหม้ มีความร้อน หรือมีสิ่งผิดปกติหรือไม่ท่อระบายความร้อน ตรวจสอบในห้งไฟฟ้าประจำชั้น เพื่อตรวจว่ามีการลัดวงจร มีกลิ่นไหม้ มีความร้อน หรือมีสิ่งผิดปกติหรือไม่สิ่งของร่วงหล่นได้ ตรวจสอบการร่วงหล่นของสิ่งของรอบอาคาร เพื่อตรวจสอบว่าสิ่งของที่ยึดกับตัวอาคาร เช่น เครื่องปรับอากาศ กระถางต้นไม้ วัสดุอาคาร มีการหลุดร่วงหรือไม่
นอกจากนี้สำหรับประชาชนทั่วไป จะต้องตรวจสอบอาคารเบื้องต้น เช่น บันไดหนีไฟปลอดภัย, ไฟฟ้าสำรองจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า, สปริเกลอร์ดับเพลิง, หนังสือรับรองการตรวจสอบอาคารประจำปี







