
ปชป.ประชุมสามัญพรรครับรองงบปี53
ประชุมใหญ่สามัญปชป. สุเทพโวตั้งเป้ากวาดสมาชิกทะลุ4แสน เล็งจัดงานระดมทุนเพิ่ม ด้านอภิสิทธิ์ ลั่นใช้เวทีเลือกตั้งกลบเสียงประท้วงเชื่อเลือกตั้งครั้งหน้าสูสี
ประชุมใหญ่สามัญปชป. สุเทพโวตั้งเป้ากวาดสมาชิกทะลุ4แสน เล็งจัดงานระดมทุนเพิ่ม ด้านอภิสิทธิ์ ลั่นใช้เวทีเลือกตั้งกลบเสียงประท้วงเชื่อเลือกตั้งครั้งหน้าสูสี
เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ได้มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ ประจำปี 2553 เพื่อรับรองงบการเงินและการดำเนินกิจการของพรรคในปี 2553 รวมทั้งพิจารณาแผนการดำเนินการปี 2555 โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ขอให้สมาชิกพรรครับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญฯ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2553 รายงานการดำเนินกิจการของพรรค รับรองงบการเงิน รวมทั้งพิจารณาแผนการใช้เงิน และแผนการดำเนินงานประจำปี 2555 โดยจำนวนสมาชิกพรรค ณ วันที่ 1 ม.ค.ปี 2553 2,867,243 คน และมีสมาชิกสมัครเข้ามาใหม่ 7,564 คน ซึ่งผู้ที่พ้นจากการเป็นสมาชิก 864 คน ดังนั้น จึงมีสมาชิก ณ วันที่ 31 ธ.ค.2553 จำนวน 2,873,961 คน ส่วนงบรายรับในรอบปีคือ 36,697,216.24 บาท รายจ่าย 74,852,917.93 บาท มีหนี้สิน 22,020,489.90 บาท รายรับจากการจัดกิจกรรมการระดมทุนของพรรค 639,433 บาท และรายรับจากกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง 12,137,281.38 บาท
จากนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้ต้องเอาแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายเงินมาขอรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ เพื่อจะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กตต.) วันที่ 31 มี.ค.นี้ ส่วนแผนจริงๆ ที่สมบูรณ์จะต้องมาประชุมใหญ่กันอีกครั้ง เพื่อรับรองแผนการดำเนินงานปี 2555 โดยจะเป็นช่วงปลายเดือนก.ค. ก่อนจะยื่นผลการรับรองให้กกต.ได้ทันในเดือนส.ค. แต่ไม่รู้ว่าครั้งนั้นจะมาประชุมในฐานะฝ่ายค้านหรือรัฐบาลคงต้องมาลุ้นกัน นอกจากนี้ แผนนี้จะทำให้เราสามารถขยายสมาชิกเป็น 4 แสนคนในปีหน้า โดยพรรคจะจัดระดมทุนพรรคให้มากขึ้น เพราะปีที่ผ่านมา มีคดียุบพรรค ซึ่งกกต.ได้สั่งอายัดเงินของเราไปทั้งหมด แม้คดีสิ้นสุด และกกต.ได้คืนเงินให้พรรค แต่พรรคก็มีฐานะการเงินสะดุด จึงทำให้บัญชีของพรรคติดลบไป 38 ล้านบาทเศษ
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก จึงจำเป็นต้องจัดระดมทุนให้มากขึ้น ทั้งแข่งกอล์ฟ โบว์ลิ่ง จัดคอนเสิร์ต รวมทั้งจำหน่ายของที่ระลึกต่าง นอกจากนี้ พรรคจะเน้นการประชาสัมพันธ์และจัดทำโฆษณาเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางการเมือง เพราะปัจจุบันมีการบิดเบือนให้ข้อมูลที่สับสนกับประชาชน ในฐานะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่เป็นหลักในสังคม เราต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริง เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กฎหมายเลือกตั้งเป็นเขตเดียวเบอร์เดียวดังนั้นทุกเขตจะต้องจัดตั้งสาขาพรรค แต่ต้องอยู่ที่ความพร้อมของสมาชิกพรรคด้วย แต่ตอนนี้อยากให้สมาชิกพรรคสนใจเรื่องการเลือกตั้งทำอย่างไรให้พรรคได้คะแนนเยอะๆ ก่อน
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ว่าขอบคุณสมาชิกพรรคที่ทำให้เราผ่านอุปสรรคปี 2553 มาได้ เพราะปีที่ผ่านมาถือเป็นปีรุนแรงที่สุด และคู่แข่งทางการเมืองใช้ทุกวิธีทางกับพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนวันยุบสภาที่ตนได้ประกาศต้นเดือนพ.ค. แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน เมื่อตนไม่รู้คนอื่นก็ไม่น่ารู้ ซึ่งการยุบสภาจะเกิดขึ้นในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค. แต่ยังไม่ระบุวัน สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน คงไม่ใช่วันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมาตนถูกถามเสมอว่าทำไมต้องยุบสภา ถูกถามในประเทศและต่างประเทศ คนเรียกร้องยุบสภาวันนี้มาถามทำไมจะยุบ แต่การตัดสินใจตนมองการพัฒนาประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้ ขณะนี้ยังมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งทำกิจการทางการเมือง แทนที่จะตั้งหลักให้ประเทศก้าวหน้าอย่างไร แต่ก็ยังอยู่ในวังวนความขัดแย้ง ซึ่งเสียงคนส่วนใหญ่อยากให้พอแล้ว ดังนั้น การเลือกตั้งจะทำให้เสียงคนส่วนใหญ่มากลบเสียงของคนบางกลุ่มเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า
“ใครบอกการเลือกตั้งครั้งนี้เราจะชนะสบายๆ หรือเพื่อไทยจะชนะสบายๆ ซึ่งไม่จริง ของจริงคือการเลือกตั้งสูสีมาก อยู่ที่เราจะเข้าใจว่าการเดินหน้าของประเทศไปทางไหน ผมก็มีความเชื่อมั่นว่าประชาชนจะให้ความสำคัญ เชื่อว่าคู่แข่งเราทำทุกรูปแบบ และการต่อสู้ทางการเมืองใช้พรรคการเมืองคู่ขนานกับการเคลื่อนมวลชน ถูกหรือผิดกฎหมายไม่ทราบ แต่เขาทำได้หมด เราไม่ต้องโอดครวญว่าเล่นสกปรก เอาเปรียบกันหรือไม่ เพราะมาอย่างไรก็เราก็สู้ เราไม่ยอมให้คนที่ขมขู่ หรือใช้ความรุนแรงมาบริหารแประเทศ คู่แข่งของเราวาระเยอะ เพราะยังไม่รู้ว่าคนที่เป็นหัวหน้าตัวจริงต้องการอะไร บางทีก็พูดถึงประชาชน แต่ก็วกกลับไปที่เดิม ทางเลือกประชาชนจะเดินหน้าหรือเดินวนเวียนกับความขัดแย้ง มีทางเลือกชัดแต่ยังไม่ชัดที่เขายังไม่รู้จะเสนอใครมาเป็นนายกฯ เท่านั้นเอง” นายอภิสิทธิ์กล่าวและว่า เมื่อเช้าตนไปอวยพรวันเกิดที่ช่อง 3 เจอนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ของประเทศไทย เชิญออกรายการก่อนเลือกตั้ง ตนก็บอกว่า ได้แต่ขอให้เอาคู่แข่งจากดูไบมาออกด้วย







