
กรรมการปฏิรูปบี้...แลนด์ลอร์ดคายที่ดิน
คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน จัดประชุมสมัชชาปฏิรูประดับชาติ ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 24-26 มี.ค.
คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน จัดประชุมสมัชชาปฏิรูประดับชาติ ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 24-26 มี.ค.
โดยได้นำเสนอวาระการปฏิรูปประเทศไทย 8 ด้าน ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นแนวทางลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคม
สำหรับประเด็นการปฏิรูปที่ดินทางคณะกรรมการได้สรุปสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัฐกับราษฎรในการใช้ประโยชน์จากที่ดิน 2 ลักษณะ คือ 1) การประกาศเขตที่ดินของรัฐทับที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยของราษฎรที่อยู่มาก่อน 2) ราษฎรเข้าทำกินในที่ดินของรัฐหลังประกาศเขตสงวนหวงห้าม
ทั้งนี้ พื้นที่ที่เกิดปัญหารุนแรงมากที่สุดคือพื้นที่ป่าไม้ทั้งเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ ตลอดจนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ในปี 2551 มีผู้เข้าทำกินและอยู่อาศัย 0.48 ล้านราย ในพื้นที่ 8.5 ล้านไร่ (กรมป่าไม้) กรณีที่ราชพัสดุมีการบุกรุกครอบครอง 2.1 ล้านไร่ และที่สาธารณประโยชน์ 1.15 ล้านไร่ รวมกันทั้งหมด 11.75 ล้านไร่ หรือ 3.66% ของพื้นที่ประเทศ
การกระจายการถือครองที่ดินที่ไม่เป็นธรรม พบว่า 1) มีการกระจุกตัวของการถือครองที่ดินอยู่ในมือคนส่วนน้อย คนยากจนส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินทำกินตามข้อในปี 2547 มีการขึ้นทะเบียนคนจนทั้งประเทศซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชนบท มีคนที่ต้องการที่ดินทำกิน 4 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ไร้ที่ดินทำกินโดยสิ้นเชิง 1 ล้านราย ขณะเดียวกันที่ดินในประเทศไทย 90% กระจุกตัวอยู่ในมือคนเพียง 10% เท่านั้น
2) มีที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จำนวนมากอันเป็นผลมาจาก พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ที่กำหนดให้เจ้าของที่ดินต้องให้เช่าที่ดินแก่ผู้เช่าเป็นเวลา 6 ปี และทำให้ผู้เช่าจ่ายค่าเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรสูงเกินกว่าอัตราที่กำหนด
3) แม้รัฐจะมีนโยบายจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎร เช่น การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) การจัดสรรที่ดินในนิคมสร้างตนเอง แต่ที่ดินส่วนใหญ่ที่รัฐจัดให้ราษฎรมีการนำไปขายต่อให้บุคคลที่สามจำนวนมาก
4) รัฐขาดนโยบายการต่อต้านกลุ่มอิทธิพลที่เข้าครอบครองมรดกของชาติโดยมิชอบ ทำให้มีที่ดินที่ควรเป็นมรดกของชาติ เช่น ป่าไม้ ภูเขา ชายทะเล และเกาะต่างๆ ส่วนหนึ่งอยู่ในการครอบครองของกลุ่มผู้มีอิทธิพล แม้กระทั่งพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาการกระจายการถือครองที่ดินที่ไม่เป็นธรรม ควรดำเนินการ ดังนี้
1.ปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีที่ดิน ด้วยการเร่งรัดผลักดันกฎหมายการจัดเก็บภาษีที่ดินเพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ปรับปรุงฐานข้อมูลที่ดินและประเมินราคาที่ดินใหม่ ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการจัดเก็บภาษีมูลค่าส่วนเพิ่มของที่ดิน (Capital Gain)
2.การจัดตั้งธนาคารที่ดิน เป็นมาตรการสร้างโอกาสให้ผู้ไร้ที่ดินทำกินสามารถเข้าถึงที่ดินทำกิน 3.การแก้ไข พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้เช่าและเจ้าของที่ดิน
อย่างไรก็ดีสำหรับ 8 ประเด็นที่คณะกรรมการปฏิรูปเสนอ ประกอบด้วย 1.การปฏิรูปการจัดสรรทรัพยากรที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน 2.การปฏิรูปโครงสร้างการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 3.การคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนกรณีที่ดินและทรัพยากร
4.การปฏิรูประบบประกันสังคมเพื่อความเป็นธรรมด้วยการให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคมให้คุ้มครองแรงงานทั้งในและนอกระบบ ให้สำนักงานประกันสังคมเป็นอิสระ เปิดเผยการลงทุนของกองทุนประกันสังคมต่อรัฐสภาปีละหนึ่งครั้ง
5.การสร้างระบบหลักประกันในการดำรงชีพเพื่อการชราภาพและระบบสังคมสุขภาวะที่มีความเสมอภาคและยั่งยืน 6.การสร้างสังคมที่คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน ด้วยการให้ปรับลดจำนวนสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 14 ล้านฉบับและเพิ่มจำนวนสลากการกุศล เป็น 50 ล้านฉบับ และนำรายได้ 28% ของราคาไปสมทบกองทุนที่รองรับการพัฒนาศักย ภาพและคุณภาพชีวิตประชากร 5 กองทุน กองทุนละ 10 ล้านบาท คือ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและสวัสดิการสังคม ซึ่งจะมีเงินสมทบปีละ 2,680 ล้านบาท
7.การปฏิรูปการกระจายอำนาจเพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ด้วยการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น และ 8.ศิลปะกับการสร้างสรรค์และเยียวยาสังคม ด้วยการให้ทุกกระทรวงใช้พลังของศิลปะทุกสาขาเยียวยาและกล่อมเกลาจิตใจคนในสังคม







