
กษิตยันไทยไม่ส่งทหารร่วมปฏิบัติการที่ลิเบีย
กษิตแถลงท่าทีไทยต่อข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น ย้ำไทยไม่ส่งทหารเข้าร่วมปฏิบัติการ แต่จะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหลังการสู้รบยุติเท่านั้น
กษิตแถลงท่าทีไทยต่อข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น ย้ำไทยไม่ส่งทหารเข้าร่วมปฏิบัติการ แต่จะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหลังการสู้รบยุติเท่านั้น
นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า จะนำประเด็นข้อมติ 1973 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ว่าด้วยการห้ามใช้น่านฟ้าของลิเบีย หรือ No Fly Zone แจ้งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบ ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ซึ่งรัฐบาลไทยมีนโยบายชัดเจน ที่จะไม่ดำเนินการสู้รบกับประเทศอื่นๆ
"ไทยขอยืนยันว่า จะไม่ส่งกองกำลังทหารไปปฏิบัติการในลิเบียแน่นอน ทั้งนี้ข้อห้ามใช้น่านฟ้าของลิเบียนั้น ได้ยกเว้นเครื่องบินที่ขนส่ง ลำเลียงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปยังลิเบีย โดยไทยจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านการฟื้นฟูและมนุษยธรรมกับชาวลิเบีย โดยจะทำงานร่วมกับองค์การอาหารโลก และสภากาชาด ภายหลังที่การสู้รบยุติแล้ว"นายกษิตกล่าว
ส่วนข้อมติว่าด้วย การห้ามโอน ย้าย ถ่ายเท หรือขายอาวุธให้กับลิเบีย รวมถึงอายัดทรัพย์สินของบุคคลนั้น ครม.ได้รับทราบและมอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณารายละเอียดและนำแจ้งกลับมายังที่ประชุมครม.โดยให้ กต. เป็นผู้รวบรวม สำหรับการดำเนินการตามข้อมติดังกล่าวก็มีเฉพาะกับผู้นำประเทศลิเบีย เครือญาติและผู้ให้การสนับสนุนรัฐบาลลิเบียเท่านั้น
ขณะที่การอายัดทรัพย์สิน ผู้นำประเทศลิเบีย เครือญาติและผู้ให้การสนุบสนุนต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบไปยังกรมทะเบียนการค้า ตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารทุกแห่งในประเทศไทยว่า มีกลุ่มบุคคลเหล่านี้ลงทุนในไทยหรือไม่
อย่างไรก็ตามขอย้ำว่า ประชาชนไทยและบริษัทของไทย สามารถทำธุรกิจหรือธุรกรรมทางเงินกับประเทศลิเบียได้ หากไม่เกี่ยวโยง ผู้นำประเทศลิเบีย เครือญาติและผู้ให้การสนุบสนุนรัฐบาลลิเบีย







