
มาร์คแจงสภายันไม่ยึดติดสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
นายกรัฐมนตรี แจงสภา ยัน รัฐบาลมีแนวทางและมาตรการดูแลสารปนเปื้อนจากกัมตภาพรังสี ย้ำไม่ยึดติดการสร้างโรงไฟฟ้าปรมาณูโดยมีเวลาศึกษาอย่างรอบคอบอีก 2 ปี
นายกรัฐมนตรี แจงสภา ยัน รัฐบาลมีแนวทางและมาตรการดูแลสารปนเปื้อนจากกัมตภาพรังสี ย้ำไม่ยึดติดการสร้างโรงไฟฟ้าปรมาณูโดยมีเวลาศึกษาอย่างรอบคอบอีก 2 ปี
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้(24 มี.ค.) เป็นการพิจารณาวาระกระทู้ถามสด มีการตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากประเทศญี่ปุ่นต่อประเทศไทย โดยนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ถาม เนื่องจากต้องการทราบว่า รัฐบาลมีแนวทางการช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่นอย่างไร และมีมาตรการป้องกันสารกัมตรังสีอย่างไร รวมถึงสารปนเปื้อนดังกล่าว จะมีผลต่อประเทศไทยหรือไม่ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า รัฐบาล หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้ร่วมกันบริจาคเงินและสิ่งของไปยังสภากาชาดญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การให้ความช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่น รัฐบาลได้ประสานกับสถานทูตไทยในญี่ปุ่น เพื่อวางแนวทางรองรับหากเกิดเหตุฉุกเฉินไว้แล้ว โดยจะอพยพได้ทันที ส่วนคนไทยที่ยังไม่สามารถติดต่อได้อีก 541 คน พบว่ามีปัญหาเรื่องการติดต่อทางโทรศัพท์ในบางพื้นที่ที่ยังเป็นปัญหา ซึ่งสถานทูตไทยพยายามติดต่อตลอดเวลา
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า มีแนวทางตรวจสอบสารปนเปื้อนจากกัมตภาพรังสี 3 แนวทาง คือ ทางอากาศ อาหาร และคน ซึ่งยังไม่มีความผิดปกติ และมีการสุ่มตรวจอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่น ยังไม่พบระดับสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ มีการตั้งจุดตรวจประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลได้ติดตามเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบ ส่วนกรณีโรงไฟฟ้าปรมณูในประเทศไทย ได้มีการทำแผนสำรองไว้แล้ว และไม่ยึดติดว่า ต้องมีโรงไฟฟ้าปรมณู โดยยังมีเวลาอีก 2 ปี ในการตัดสินใจเรื่องนี้
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงแนวทางการป้องกันภัยสึนามิของไทยว่า รัฐบาลได้ปรับปรุงระบบการเตือนภัยอย่างต่อเนื่องนับแต่เกิดเหตุเมื่อปี 2547 และมีการประสานงานระดับนานาชาติ โดยในกรอบอาเซียนจะดูแลภัยพิบัติร่วมกัน และประสานกับสหประชาชาติ เพื่อความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติ







