
ภัยเงียบดันกม.ลูก190 กลเกมปชป.ดัดหลังพรรคร่วมแก้รธน.
ความพยายามผ่านร่างกม.ทั้งสองฉบับเมื่อวานนี้ เป็นกลเกมอีกทางหนึ่งของประชาธิปัตย์ที่จะไปสร้างความชอบธรรมกลางสภา
ความพยายามผ่านร่างกม.ทั้งสองฉบับเมื่อวานนี้ เป็นกลเกมอีกทางหนึ่งของประชาธิปัตย์ที่จะไปสร้างความชอบธรรมกลางสภา
โดย....ทีมข่าวการเมือง
แม้พรรคร่วมรัฐบาล(ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์) ได้เข้าชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2550 ไปแล้ว จากนี้คงต้องเฝ้าจับตาขั้นตอนต่อไปว่าความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่ เพราะยังต้องเจอเกมตัดกำลังระหว่างทางอีกมาก
ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านถึงที่สุด หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ไหนจะเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีจุดยืนแน่วแน่ ไม่แก้ ไม่ร่วม ขอทวงคืนรัฐธรรรมนูญปี 40 อย่างเดียว และยังต้องเจอพลังภายในจาก ส.ส. สว.ที่เตรียมอภิปรายอย่างดุเดือดคัดค้านการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์นักการเมือง จนนำไปสู่การโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในที่สุด
อีกอุปสรรคที่เข้ามาเหมือนภัยเงียบ และดูเหมือนพรรคร่วมอาจต้องตาเขียวกับพรรคประชาธิปัตย์ในไม่ช้า เห็นจะเป็นความเคลื่อนไหวเมื่อวันที่ 2 ก.พ. เมื่อ กระทรวงการต่างประเทศ เสนอร่าง พ.ร.บ. ขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญา พ.ศ. เข้าครม.เป็นวาระพิจารณา โดยผ่านความเห็นชอบเสนอเข้าที่ประชุมวิปจ่อเข้าสู่การพิจารณาสภาสมัยนี้
ร่างกม.ฉบับดังกล่าว ถ้ามองผิวเผินอาจนึกว่าเป็นแค่ร่างกม.ปกติ แต่หากเจียรไนกันให้ถ้วนถี่ พบว่า นี่คือร่างกม.ที่ต้องการออกมารองรับรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรา รวมกับมาตราเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง ที่พรรคร่วมขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้
รัฐธรรมนูญปี 50 ตามมาตรา 190 เป็นประเด็นขึ้นมา เพราะเกี่ยวกับการทำหนังสือข้อตกลงระหว่างประเทศต้องผ่านการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งก่อให้เกิดชนวนปัญหาทางการเมือง นับตั้งแต่ กรณีรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช มีมติครม. เห็นชอบทำข้อตกลงร่วมกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยเวลาต่อมา มีการตรวจสอบพบว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 นำไปสู่การฟ้องร้องศาลรัฐธรรมนูญ เด้งนายนพดล ปัทมะ พ้นจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ และกลายเป็นเรื่องชี้มูลในป.ป.ช. ถึงการกระทำผิดของอดีตนายกฯสมัคร และนายนพดล ในเวลาต่อมา ทำให้ฝ่ายการเมือง ข้าราชการต่างหวาดผวามาตรานี้ ว่าหนังสือ สัญญาแบบใดต้องเข้าข่ายรธน.190 แล้วถ้าทำข้อตกลงไปแล้วจะต้องซวยในภายหลังหรือไม่ จึงนำไปสู่การเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว
หากย้อนกลับไปเคยมีเสียงเรียกร้องจาก สว.บางกลุ่ม ที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ไม่จำเป็นต้องแก้ไขมาตรา 190 เพราะสามารถออกกฎหมายลูกมารองรับก็ใช้การได้แล้ว และสมัยพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการยกร่างร่างกม.ฉบับดังกล่าว โดยเรื่องค้างอยู่ในกฤษฏีกาเป็นเวลานาน แต่จู่ๆ เมื่อพรรคร่วมขยับแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดูเหมือนประชาธิปัตย์จะไหวตัวทัน ในเมื่อไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับพรรคร่วมก็สบโอกาสให้กฤษฏีกาส่งร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เข้ามาในครม.โดยทันที เป้าประสงค์เพื่อจะได้นำไปอภิปรายกลางสภาถึงความพยายามที่จะออกกฎหมายมาดับชนวนมาตราเจ้าปัญหา
และไม่เพียงเท่านั้น ในการประชุมครม.วานนี้ มีการผ่านร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกม. ซึ่งตามสาระร่างกม.นอกจากให้สิทธิประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคนเข้าชื่อเสนอร่างกม.ได้แล้ว ยังมีการพ่วงเกี่ยวกับการเข้าชื่อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาด้วย โดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคนสามารถเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
ในทางการเมือง คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความพยายามผ่านร่างกม.ทั้งสองฉบับเมื่อวานนี้ เป็นกลเกมอีกทางหนึ่งของประชาธิปัตย์ที่จะไปสร้างความชอบธรรมกลางสภาหลังปฏิเสธเข้าร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคร่วม
ขึ้นชื่อ”ประชาธิปัตย์” ร้ายลึกเหนือที่พรรคร่วมจะคาดหมาย
เมื่อร่างกม.ฉบับนี้จ่อเข้าระเบียบวาระสภา ก่อนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อไหร่ น่าจะเป็นสัญญาณเขย่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ง่ายอย่างที่คิด







