
ภาคเหนือจับตาพายุลูกเห็บใกล้ชิด
กลุ่มเมฆพายุลูกเห็บเคลื่อนตัวจาก จ.ตาก เข้าสู่ประเทศพม่าแล้ว ขณะที่ สำนักฝนหลวงฯยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่อง พร้อมส่งเครื่องบินอัลฟาเจ็ตขึ้นโจมตีสลายเมฆ
กลุ่มเมฆพายุลูกเห็บเคลื่อนตัวจาก จ.ตาก เข้าสู่ประเทศพม่าแล้ว ขณะที่ สำนักฝนหลวงฯยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่อง พร้อมส่งเครื่องบินอัลฟาเจ็ตขึ้นโจมตีสลายเมฆ
นายทรง กลิ่นประทุม ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 มี.ค. เรดาห์ในอ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ได้ตรวจพบกลุ่มเมฆที่ก่อตัวเป็นพายุลูกเห็บในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง บริเวณพื้นที่จังหวัดตาก แต่ต่อมาในเวลา 12.00 น.พบว่า กลุ่มเมฆดังกล่าวได้มีการเคลื่อนตัวพ้นประเทศไทยเข้าสู่ชายแดนพม่าแล้ว
อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ชำนาญการ นักบินและเจ้าหน้าที่สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร ได้เตรียมพร้อมนำเครื่องบินอัลฟา เจ็ตจำนวน 2 ลำ ขึ้นปฏิบัติการยิงพลุสารซิลเวอร์ไอโอไดด์เข้าโจมตีกลุ่มเมฆเป้าหมายเพื่อยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมออกปฏิบัติทันทีหากพบว่ามีเมฆพายุลูกเห็บกลุ่มใหม่เคลื่อนตัวเข้ามา
สำหรับเมฆที่ก่อตัวเป็นพายุลูกเห็บนั้น จะเป็นเมฆที่มีความสูงจากพื้นดินตั้งแต่ 6 กม.ขึ้นไป โดยมีลักษณะรูปร่างคล้ายกะหล่ำปลี ซึ่งปฏิบัติการโจมตีเมฆพายุลูกเห็บของสำนักฝนหลวงฯจะใช้วิธีการส่งเครื่องบิน อัลฟาเจ็ต ที่มีความเร็วสูงขึ้นไปปฏิบัติการตามขบวนการวิธีเมฆเทียมด้วยการยิง พลุสารซิลเวอร์ไอโอไดด์เข้าใส่กลุ่มเมฆ เพื่อหวังผลให้เมฆกลั่นตัวเป็นน้ำฝนก่อนที่กลายเป็นพายุลูกเห็บตกลงมาใส่บ้านเรือนประชาชน
อนึ่งการใช้เครื่องบินอัลฟาเจ็ตเข้าโจมตีสลายเมฆพายุลูกเห็บ มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์ฝนหลวงฯ กระทรวงเกษตรและกองทัพอากาศ ซึ่งเกิดผลสำเร็จด้วยดีเสมอมา และในช่วง 22-24 มี.ค. กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า มีแนวโน้มว่าจะเกิดพายุลูกเห็บขึ้นอีก จึงต้องมีการเฝ้าระวังหากตรวจพบก็จะส่ง เครื่องบินออกโจมตีสลายเมฆฝนที่จะทำให้เกิดพายุลูกเห็บ







