
ฝ่ายค้านหนุนกกต.แก้กม.ลูก3ฉบับ
ฝ่ายค้านหนุน กกต.แก้กฎหมายลูก 3 ฉบับ เตือนเลือกตั้งวางตัวให้เป็นกลาง มิฉะนั้นอาจเป็นชนวนสร้างความขัดแย้ง
ฝ่ายค้านหนุน กกต.แก้กฎหมายลูก 3 ฉบับ เตือนเลือกตั้งวางตัวให้เป็นกลาง มิฉะนั้นอาจเป็นชนวนสร้างความขัดแย้ง
ที่รัฐสภา ได้มีการพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ รวม 3 ฉบับ โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่า จากหลักการและเหตุผล ตนเห็นด้วยกับหลักการทั้งหมด เนื่องจากต้องการให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินอนาคตของบ้านเมืองว่าควรเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งจากการตรวจดูร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ เห็นว่า มีความสอดคล้องกัน โดยหากรับหลักการร่างพ.ร.บ.ฉบับใดฉบับหนึ่ง ย่อมต้องรับหลักการร่างที่เหลือด้วย
ทั้งนี้ แม้ตนจะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะมีการลดจำนวนส.ส.ระบบเขตไปเพิ่มจำนวนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ อย่างไรก็ตาม ตนมีข้อสังเกตการจัดทำบัญชีของผู้สมัครพรรคการเมืองระบบบัญชีรายชื่อ ต้องประกอบด้วยรายชื่อผู้สมัครจากภาคต่างๆอย่างเท่าเทียมกัน โดยพิจารณาตามความเหมาะสมให้เกิดความสมดุลในส่วนของเพศผู้สมัครตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด การกำหนดถึงการกระทำไม่สุจริตของพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ของพรรคการเมืองหรือผู้สมัคร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นบัตรเสียทั้งหมดไม่ให้นับมาเป็นคะแนนตนเห็นด้วย แต่ยังเห็นว่าเมื่อพบการทำความผิดแล้วการเอาผิดทางกฎหมาย จะทำอย่างไรส่วนนี้ยังไม่ได้เขียนไว้ให้ชัดเจน
นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า การให้กกต.ประชุมหารือกับหัวหน้าพรรคการเมือง เพื่อกำหนดการค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป ตนต้องการคำอธิบายว่าจุดมุ่งหมายของกฎหมายนี้ กกต.ต้องการอะไร หากเขียนไว้เพื่อให้มีการประชุมในการเลือกตั้งครั้งนี้เพียงครั้งเดียวควรเขียนให้ชัดเจน สำหรับการบัญญัติให้กกต.ออกระเบียบรองรับให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม เมื่อเขตเลือกตั้งเปลี่ยน การนับคะแนนเปลี่ยนไปตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ควรมีระเบียบหรือประกาศออกมารองรับให้การเลือกตั้ง โดยเฉพาะการนับคะแนนให้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุดด้วย และขอให้กกต.ทบทวนระเบียบหลักเกณฑ์เก่าๆที่เห็นว่าไม่เหมาะสมให้มีความรัดกุมป้องกันการทุจริต
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ระยะเวลาที่จะยุบสภาประเมินแล้วคาดว่าน่าจะมีการเลือกตั้งประมาณปลายเดือนมิ.ย.ไม่เกินเดือนก.ค. ซึ่งขั้นตอนจะอยู่ประมานเดือนครึ่งถึงสองเดือน น่าจะเป็นวันที่ 23 พ.ค. แต่หากพิจารณากฎหมายลูกยังไม่เสร็จสิ้นจะทำอย่างไร ทั้งนี้ ในความเห็นตนสนับสนุนให้กกต.อย่าได้เกรงว่าจะถูกฟ้อง เพราะในกฎหมายได้ระบุว่า ให้กกต.มีอำนาจออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการเลือกตั้งให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และให้ข้อกำหนดดังกล่าวใช้บังคับแทนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาของส.ว. ดังนั้น ไม่ต้องเกรงกลัวอะไร และขอให้กำลังใจในการออกประกาศหากไม่สามารถพิจารณากฎหมายลูกให้เสร็จทันก่อนวันยุบสภาได้
ด้านนายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า อยากให้กกต.ตั้งสติ อย่าลุกลี้ลุกลน ต้องเป็นอิสระ ปราศจากการเมือง ดังนั้น ไม่ควรจะเสนอกฎหมายเพื่อตอบสนองฝ่ายบริหาร หากรีบเร่งเลือกตั้งเกินไปอาจทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ และการกำหนดเลือกตั้งล่วงหน้ายังมีอยู่ทำไม มีประโยชน์อะไรเพราะมีการเอารถปิคอัพขนคนมาลงคะแนนเลือกตั้ง คนเป็นกกต.ไม่สงสัยหรือว่ามีนัยยะซ้อนเร้นปกปิดในการเลือกตั้งหรือไม่ ตนจึงหวังว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ กกต.จะเป็นกลาง ถ้าเอียงนิดเดียวจะเป็นจุดชนวน แล้วการปรองดองจะเกิดได้ยาก







