
สถิติติดเอดส์พุ่ง1.16ล้านคนผงะรายใหม่สูงขึ้นปีละหมื่น
กางสถิติผู้ป่วยเอดส์ปี 2553 พุ่งสูงถึง 1.16 ล้านคน ผงะเอดส์รายใหม่ปีละหมื่นคน
กางสถิติผู้ป่วยเอดส์ปี 2553 พุ่งสูงถึง 1.16 ล้านคน ผงะเอดส์รายใหม่ปีละหมื่นคน
นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สถิติผู้ติดเชื้อเอชไอวีสะสมในปี 2553 มีทั้งสิ้น 1.16 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 6.44 แสนคน มีชีวิตอยู่ 5.22 แสนคน สถิติผู้ติดเชื้อรายใหม่ตกปีละ 1 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชายรักชาย คิดเป็น 33% รองลงมาคือแม่บ้านที่ติดเชื้อจากสามี 28% ส่วนกลุ่มชายที่ติดจากหญิงขายบริการ และสามีที่ติดจากภรรยามีประมาณ 10% กลุ่มใช้ยาเสพติดชนิดฉีด 9% กลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์ชั่วคราว 7% กลุ่มหญิงขายบริการติดจากนักเที่ยว 4%
สำหรับอายุของผู้ป่วยจะอยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ 15-49 ปี โดยช่วงอายุระหว่าง 30-34 ปี ติดเชื้อมากที่สุด คิดเป็น 24% รองลงมาคือช่วงอายุ 25-29 ปี ประมาณ 21% และช่วงอายุ 35-39 ปี ประมาณ 18%
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวระหว่างการสัมมนาระดับชาติเรื่องโรคเอดส์ ครั้งที่ 13 “สิทธิด้านเอดส์ คือสิทธิมนุษยชน ร่วมพิทักษ์สิทธิ ร่วมรับผิดชอบ” ว่า กระทรวงมีนโยบายต่อปัญหาโรคเอดส์ตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติด้วยมาตรการ 3 ศูนย์ (Zero) 1.Zero new infections การเร่งรัดการป้องกันผู้ติดเชื้อรายใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและกลุ่มประชากรเปราะบาง
ได้แก่ พนักงานบริการหญิง ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย ผู้ใช้ยาเสพติด โดยให้ส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย 100% 2.Zero AIDSrelated deaths ลดการเสียชีวิตเนื่องจากการติดเชื้อเอชไอวี โดยปรับเกณฑ์การเริ่มให้ยาต้านไวรัสเร็วขึ้น จากระดับภูมิคุ้มกัน (CD4) น้อยกว่า 200 เป็นน้อยกว่า หรือเท่ากับ 350 ทำให้ผู้ติดเชื้อมีชีวิตที่ยืนยาวและให้บริการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีฟรีปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลสังกัดสาธารณสุข 3.Zero discrimination หรือ Getting to Zero ไม่มีการเลือกปฏิบัติกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายผู้ติดเชื้อให้ชุมชนยอมรับ







