
เมกะคอนเนกชัน ประชาสันติปั้น ปุระชัย สู่นายกฯ
ปี่กลองการเมืองเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้ง ทุกพรรคขยับ จัดกระดานชิงอำนาจครั้งสำคัญ
ปี่กลองการเมืองเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้ง ทุกพรรคขยับ จัดกระดานชิงอำนาจครั้งสำคัญ
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ปี่กลองการเมืองเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้ง ทุกพรรคขยับ จัดกระดานชิงอำนาจครั้งสำคัญ ขณะที่ผู้กุมอำนาจพรรคขนาดกลาง “เนวินบรรหาร” จับมือเป็นพันธมิตรกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับ พรรคชาติไทยพัฒนา สร้างอำนาจต่อรองให้พรรคที่จะชนะที่ 1 ถ้าจะซื้อเหล้าก็ต้องพ่วงเบียร์ มีบรรหารที่ไหนต้องมีเนวินร่วมรัฐบาลด้วยที่นั่น
เช่นเดียวกับ พรรคเพื่อแผ่นดินและพรรครวมชาติพัฒนา ก็เริ่มควบรวมระหว่าง “สุวัจน์3พี” เพื่อรักษาฐานเสียงโคราชและจังหวัดบริวารให้เหนียวแน่นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างพลังในการร่วมรัฐบาลในอนาคต
นอกเหนือไปจากการควบรวมแล้ว ยังเกิดพรรคการเมืองใหม่ยี่ห้อ “ประชาสันติ” ที่วางตัว ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นหัวหน้าพรรค ตั้งเป้าจะเป็นขั้วการเมืองที่ 3 พ้นความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ โดยเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันก่อน
น่าสนใจไม่น้อยกับการปรากฏตัวของพรรคการเมืองนี้ ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับอารมณ์ของสังคมที่เหนื่อยหน่ายกับการเมืองแบบสุดขั้วในลักษณะ “ไม่เหลืองก็แดง” “ไม่เอาทักษิณก็ต้องเอาอภิสิทธิ์” ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นสนามชักเย่อมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
การเกิดขึ้นของพรรคประชาสันติ จึงหวังว่าจะอาศัยช่องทางนี้ชิงจังหวะเป็นตัวเลือกใหม่ ด้วยการปั้น ร.ต.อ.ปุระชัย เป็น “นายกรัฐมนตรีขั้วที่ 3”
ย้อนกลับไปในการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา เคยมีความพยายามกับการประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรีขั้วที่ 3 อย่าง “พรรคมหาชน” ครั้งนั้น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เคยพยายามปั้น เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เข้ามารับหน้าที่ แต่สุดท้ายก็พลาดเพราะไม่อาจต้านกระแสของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2548 ได้
เมื่อมองสถานการณ์การเมือง ณ เวลานี้ บนบริบทความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงบวกกับความหวาดระแวงว่าหลังการเลือกตั้งจะมีกีฬาสีกันอีก เช่น สีแดงจะออกมาไล่รัฐบาลประชาธิปัตย์ หรือเสื้อเหลืองจ้องราวีเพื่อไทย หากไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมามีอำนาจ อาการแบบนี้สังคมไทยประสบมาแล้วกว่า 4 ปี การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นจึงคาดว่าทุกอย่างจะจบ ผลเป็นอย่างไรทุกฝ่ายต้องยอมรับ แต่อะไรก็ดูไม่จบง่ายๆ เพราะเชื่อว่าความขัดแย้งแตกแยกจะดำรงอยู่ต่อไป
บนฐานลักษณะนี้เองที่ทำให้พรรคประชาสันติตั้งความหวังไม่น้อยว่าจะมีโอกาสขึ้นมาเป็นรัฐบาล จากผลโพลหลายสำนักที่พบว่า บิ๊กปุ อยู่ในใจคนจำนวนหนึ่ง
เช่น เอแบคโพลล์ ระบุว่า มีประชาชน 42% สนับสนุนให้เข้ามาเป็นแคนดิเดตแข่งกับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”
ตรงนี้กลายเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้กับ “มือปราบสายเดี่ยว” ที่มีต้นทุนสูง รวมถึงคณะแกนนำพรรคที่หวังว่าน่าจะมีโอกาสเป็นนายกฯ ทางลัด หากการเมืองถึงทางตัน
แต่การจะเป็นนายกฯ ส้มหล่นไม่ใช่เรื่องง่าย...
อย่างไรก็ตาม หากดูคอนเนกชันทางการเมืองของเหล่าแกนนำพรรคประชาสันติตอนนี้ แม้หลายคนยังไม่ใช่นักเลือกตั้งอาชีพที่จะผลักดันให้พรรคได้ที่นั่งเป็นกอบเป็นกำ เอาแค่ 10 เสียงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน
กระนั้นเครือข่ายของพรรคประชาสันติไม่ได้น้อยหน้าพรรคการเมืองอื่นๆ
ยกตัวอย่าง “พันธ์เลิศ ใบหยก” เป็นอดีตนายทุนให้กับพรรคไทยรักไทยยุคแรก “พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” อดีต ผบ.ตร.น้องชายสุดที่รักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ซึ่งก็เชื่อมต่อกับกองทัพในยามที่ยังมีบทบาทหนุนหลังการเมืองไทยอยู่
นอกจากนี้ เมื่อครั้งที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลคดีสลายม็อบพันธมิตร 7 ตุลา 2551 “เนวิน ชิดชอบ” ผู้ทรงบารมีในรัฐบาลนี้ก็แสดงพลังมาปกป้องหลายครั้ง จึงเป็นข้อต่อสำคัญในการเชื่อมกับภูมิใจไทยอีกทาง
“ธีรพล นพรัมภา” อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สมัยสมัคร สุนทรเวช หนึ่งในแก๊งออฟโฟร์ร่วมกับเนวินที่เข้าขากันดี
ไม่เพียงเท่านี้ ในช่วงที่สมัครเจอกับวิกฤตการเมืองจนต้องพ้นจากตำแหน่ง เนวินเป็นเพียงนักการเมืองขาใหญ่ในพรรคพลังประชาชนคนเดียวที่ออกมายืนเคียงข้างนายสมัคร แม้กระทั่งช่วงที่นายสมัครกระเด็นตกจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี หลังถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน
“เสรี สุวรรณภานนท์” อดีตรองประธานสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่รับตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาสันติขัดตาทัพ ก่อนที่บิ๊กปุจะรับไม้อย่างเป็นทางการ ก็เป็นหนึ่งในคอนเนกชันสำคัญที่ต่อสายได้ทั้งนักการเมืองสารพัดสี ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งในช่วงที่เสื้อเหลืองชุมนุม เสรีได้แสดงบทบาทสนับสนุนการชุมนุมหลายครั้ง รวมไปถึงในช่วงที่ทำหน้าที่เป็น สว.กทม. เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หนึ่งในกัลยาณมิตรของคนเสื้อเหลืองอยู่ในตำแหน่งต่อไป
จากสายป่านทั้งหมดทำให้โอกาสที่พรรคประชาสันติจะเข้ามามีบทบาทในการเมืองในรัฐบาลหน้ามีค่อนข้างสูง โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวจักรสำคัญ ซึ่งทั้งเนวินและบรรหารยังขาดจุดอ่อนสำคัญในพื้นที่ กทม. และจากกระแสของ ร.ต.อ.ปุระชัย ก็เชื่อว่าอาจจะทะลวงคะแนนในเมืองได้
ถ้าทั้งสามพรรค “ชาติไทยพัฒนาภูมิใจไทยประชาสันติ” ผนึกกำลังกัน นายกรัฐมนตรีคนต่อไปอาจไม่ใช่ชื่อ “อภิสิทธิ์มิ่งขวัญยิ่งลักษณ์” แต่หวยอาจไปออกที่บิ๊กปุ โดยใช้ช่วงที่บรรยากาศทางการเมืองยังแตกแยกไม่เอาทั้งเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์







