posttoday
ครม.สั่งสร้างดาวเทียมเองพร้อมให้สัมปทานอีกดวง

ครม.สั่งสร้างดาวเทียมเองพร้อมให้สัมปทานอีกดวง

23 มีนาคม 2554

ครม. อนุมัติไอซีที สั่ง กสท. ศึกษาสร้างดาวเทียมเอง พร้อมเล็งให้สัมปทานวงโคจร 50.5 องศาตะวันออก

ครม. อนุมัติไอซีที สั่ง กสท. ศึกษาสร้างดาวเทียมเอง พร้อมเล็งให้สัมปทานวงโคจร 50.5 องศาตะวันออก

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางเพื่อรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมสองตำแหน่ง คือ วงโคจรดาวเทียม 120 องศาตะวันออก และวงโคจรดาวเทียม 50.5 องศาตะวันออก ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เสนอ โดยตำแหน่งแรกให้บริษัท กสท โทรคมนาคม ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนสร้างดาวเทียมเอง

ตำแหน่งที่ 2 ให้ศึกษาแนวทางการให้สัมปทานภายใต้ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ และเร่งรัดเวลาศึกษาให้แล้วเสร็จจาก 45 วัน เป็น 30 วัน

ทั้งนี้ ไอซีทีชี้แจงว่ามีความจำเป็นอย่างมากที่ประเทศไทยต้องสร้างดาวเทียมสื่อสารใหม่ 2 ดวง เพื่อรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมทั้งสองตำแหน่ง แต่การสร้างดาวเทียมต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ 23 ปี หากรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการกำหนดนโยบายใดๆ อาจจะทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อการรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมที่สำคัญๆ เนื่องจากที่ผ่านมาวงโคจรดังกล่าวถูกใช้โดยดาวเทียมไทยคม 2 ซึ่งถูกปลดระวางไปเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2553 ทำให้เสี่ยงที่ไทยจะเสียสิทธิวงโคจรนี้

แต่ถ้ารัฐบาลมีความชัดเจนในนโยบายการดำเนินงานที่แสดงเจตนารมณ์ว่าจะดำเนินการจัดให้มีดาวเทียมสื่อสารของประเทศไทยเพื่อใช้ประโยชน์ในตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมตำแหน่งดังกล่าวแล้ว ทำให้ไอซีทีสามารถดำเนินการเจรจากับไอทียูได้ว่าขณะนี้รัฐบาลไทยได้มีแผนการดำเนินงานในเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ซึ่งจะช่วยทำให้การรักษาตำแหน่งวงโคจรในครั้งนี้ด้วย

จากเอกสารที่ไอซีทีเสนอ สรุปได้ดังนี้ ในการจัดหาดาวเทียมดวงใหม่มาใช้ในตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 50.5 องศาตะวันออกนั้น ไอซีทีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ประเทศไทย ได้นำดาวเทียมไทยคม 3 ไปรักษาสถานะในตำแหน่งวงโคจรดังกล่าวไว้ และได้ปลดระวางที่ตำแหน่งนี้เมื่อเดือนต.ค. 2549 ต่อมาในเดือน ก.ย.ไอซีทีได้แจ้งต่อสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ(ไอทียู) เพื่อขอพักการใช้งานชั่วคราวเป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อรักษาตำแหน่งวงโคจรไว้ จนทำให้มีระยะเวลาสิ้นสุดการพักชั่วคราวที่เดือนต.ค. 2554

ขณะเดียวกันเพื่อให้มีความมั่นใจว่าจะสามารถรักษาตำแหน่งวงโคจรไปอีกระยะหนึ่ง ไอซีที จึงอนุมัติให้บริษัทไทยคม ย้ายดาวเทียมไทยคม 2 จากตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก ไปอยู่ที่ตำแหน่ง 50.5 องศาตะวันออก เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2553 ซึ่งถือเป็นการกลับมาใช้งานดาวเทียม ณ ตำแหน่ง 50.5 องศาตะวันออก

อย่างไรก็ตามต่อมาบริษัทฯ ได้ดำเนินการปลดระวางดาวเทียมไทยคม 2 ที่ตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 ต.ค.2553 ซึ่งวิธีการนำดาวเทียมมาใช้งานเพียงระยะสั้นๆ ไม่ทำให้ไอซีที มีความเชื่อมั่นว่าตำแหน่งวงโคจรตำแหน่งนี้ ได้รับการขยายระยะเวลาตามเงื่อนไขของ ไอทียู ออกไปอีก 2 ปี เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีดาวเทียมดวงใหม่เพื่อใช้งานอย่างต่อเนื่องที่ตำแหน่งนี้ จึงมีความเสี่ยงต่อการหมดอายุ

นอกจากนี้ มีหลายประเทศต้องการจะใช้ตำแหน่งวงโคจรนี้ เช่น ตุรกี จีน และบางประเทศในยุโรป อาจแจ้ง ITU ให้ตรวจสอบสถานะการใช้งานดาวเทียมของประเทศไทยที่ตำแหน่งนี้ หากพบว่าประเทศไทยยังไม่มีดาวเทียมใช้งานจริง ก็อาจเสียสิทธิการใช้ตำแหน่งวงโคจรนี้ได้

ส่วนตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 120 องศาตะวันออก มีแนวโน้มว่าหากมีการตรวจสอบจาก ITU เกี่ยวกับกำหนดเวลาการปลดระวางดาวเทียมไทยคม ณ ตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2553 แล้วตามกฎข้อบังคับวิทยุของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ประเทศไทยจะต้องมีดาวเทียมใช้งาน ณ ตำแหน่งดังกล่าวภายใน 2 ปี ซึ่งขณะนี้จะครบกำหนดในวันที่ 17 ม.ค. 2555

รายงานข่าวจากกระทรวงไอซีที ระบุว่า การที่ไอซีทีจะนำตำแหน่งดาวเทียมออกมาเปิดประมูล หรือให้สัมปทานเอกชนรายอื่นนั้นเพื่อต้องการกดดันให้ไทยคมยอมรับและปฏิบัติตามผลสรุปของคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ. 2535 ที่กำหนดให้ชิน คอร์ปอเรชั่น กลับไปถือหุ้นที่ 50% ให้ยิงดาวเทียมดวงใหม่ และให้คืนเงินประกันไทยคม 3 ที่ปลดระวางก่อนกำหนด ทั้งนี้ ไอซีที ในฐานะหน่วยงานผู้แทนของรัฐบาลไทย มีตำแหน่งดาวเทียมที่ได้รับสิทธิ์จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู อยู่ในการดูแล 8 ตำแหน่ง ในส่วนที่ใช้งานแล้ว คือ ไทยคม 1 ที่ 120 องศาตะวันออก ไทยคม 2 ที่ 78.5 องศาตะวันออก ไทยคม 3 ที่ 78.5 องศาตะวันออก ไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ 119.5 ซึ่ง ไทยคม 1และ 2 หมดอายุแล้ว ส่วนตำแหน่งไทยคม 3 นั้นปัจจุบันเป็นของไทยคม 5

ขณะที่ไทยคมไม่ได้กังวลกับมติ ครม. เนื่องจากสิทธิผูกขาดการให้บริการดาวเทียม 8 ปีแรกนั้นได้สิ้นสุดไปนานแล้ว ดังนั้นไอซีทีในฐานะเจ้าของสัมปทานมีสิทธิที่จะดำเนินการใดๆ ก็ได้

สำหรับไทยคมได้รับสัมปทานจากกระทรวงคมนาคมเพื่อให้บริการดาวเทียมเชิงพาณิชย์เป็นระยะเวลา30 ปี คือตั้งแต่ปี 25342564 และเริ่มให้บริการดาวเทียมดวงแรกคือไทยคม1 เมื่อปี 2536 ก่อนจะโอนความรับผิดชอบมาอยู่ที่กระทรวงไอซีทีเมื่อปี 2546

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน