
สว.เรียก5หน่วยงานแจงกรณีฟิลิปมอริส
เรืองไกร เรียก 5 หน่วยสอบฟิลิปมอริสแจง ภาษีบุหรี่ ห่วงประเมินราคาสำแดงที่ชัดเจนไม่ได้ ทำระบบภาษีพัง แนะให้ดูคำพิพากษาศาลฎีกาปี 52
เรืองไกร เรียก 5 หน่วยสอบฟิลิปมอริสแจง ภาษีบุหรี่ ห่วงประเมินราคาสำแดงที่ชัดเจนไม่ได้ ทำระบบภาษีพัง แนะให้ดูคำพิพากษาศาลฎีกาปี 52
ที่รัฐสภา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ประธานคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.)การตรวจสอบการจัดเก็บรายได้ การใช้จ่ายเงินแผ่นดิน และการบริหารจัดการทรัพย์สินของแผ่นดิน ในกมธ.การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา เปิดเผยว่า อนุกมธ.ได้พิจารณากรณีที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษมีคำสั่งไม่ฟ้องบริษัทฟิลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ยูไนเต็ด จำกัด กรณีร่วมกันแสดงราคานำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร และแอลแอนด์เอ็มจากประเทศฟิลิปปินส์ต่ำกว่าปกติ เพื่อชำระภาษีบุหรี่ต่อกรมสรรพสามิตน้อยกว่าความเป็นจริงทำให้รัฐเสียหายกว่า 6.8 หมื่นล้านบาททั้งที่ในชั้นสอบสวนที่พนักงานอัยการทำร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)มีความเห็นสั่งฟ้อง โดยอนุกมธ.เชิญ ดีเอสไอ อัยการ สรรพสามิต ศุลกากร และสรรพากรมาชี้แจง ซึ่งอัยการได้ระบุว่า ดูรายละเอียดของคดีแล้ว ข้อเท็จจริงไม่ชัด เพราะหาการกำหนดราคาที่แท้จริงไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีคำสั่งเด็ดขาดว่า จะไม่สั่งฟ้อง แต่ส่งเรื่องกลับไปให้ดีเอสไอพิจารณาอยู่
นายเรืองไกร กล่าวว่า สิ่งที่กังวลคือ การที่ศุลกากร สรรพากร สรรพสามิต ระบุว่า ไม่ทราบที่ดีเอสไอ ประเมินตัวเลขภาษีที่ 6.8 หมื่นล้านบาท แยกเป็นภาษีเช่น ต้นเงินภาษี ภาษีสรรพสามิต อากรขาเข้า ภาษีท้องถิ่น ภาษีสสส. ภาษีมูลค่าเพิ่ม รายการละกี่บาท ยิ่งมีปัญหาเรื่องกำหนดราคาสำแดงที่แท้จริงไม่ได้ เกรงว่า สินค้าอื่นๆจะใช้ช่องว่างนี้ ซึ่งจะกระทบระบบการจัดเก็บภาษีของประเทศอย่างมหาศาล และถ้าอัยการไม่ฟ้องอาญา หน่วยงานจัดเก็บภาษีก็ไม่สามารถไปฟ้องได้ ฉะนั้น ควรชะลอคดีอาญาไปก่อนหรือไม่ เพื่อให้การดำเนินการจัดเก็บภาษีทำเสร็จก่อน
นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนยังได้มอบคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อปี 52 ในกรณีศาลภาษียกคำร้องของบริษัทที่ฟ้องกรมสรรพากรที่ไปเก็บภาษีบุหรี่โดยประเมินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มบนราคาขายปลีกบนฐานราคาสำแดงของดิวตี้ฟรี ซึ่งตอนนี้ทำให้สรรพากรได้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีต่อไปแล้ว จึงจะให้หน่วยงานที่เก็บภาษีเอาฎีกาเรื่องนี้มาเทียบเคียง
ทั้งนี้ กรณีบริษัทฟิลิปมอริส ถ้ากำหนดภาษีตามราคาขายปลีก จะทำให้ราคาขายบุหรี่นอกในไทยขาดทุน แต่ก็เป็นเรื่องของบริษัทที่ผู้บริโภคจะไม่ซื้อเพราะราคาแพง แต่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นเหตุให้อัยการไม่ฟ้อง เปรียบเทียบกับซื้อรถยุโรป ขายเมืองนอก 1 ล้านบาทแต่มาขายในเมืองไทย 10 ล้านบาท มันก็ต้องเสียภาษีตามฐานที่กำหนด เพราะหลายๆกรณีเช่น มัน ศุลกากรสามารถประเมินราคาสำแดงการนำเข้าได้อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้น ก็จะมีการตั้งบริษัทแม่ไว้ในประเทศหรือรัฐที่ปลอดภาษี แล้วตั้งบริษัทลูกเพื่อทำให้ได้รับการยกเว้นทางภาษี ดังนั้นกรณีฟิลิปมอริส หน่วยงานทั้ง 5 หน่วยที่เกี่ยวข้อง ต้องปฏิบัติให้เกิดความชัดเจน มิเช่นนั้นอาจเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญามาตรา 154 ละเว้นการจัดเก็บภาษี และมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งนี้ คิดว่า หากสอบสวนอีก 1-2 ครั้งแล้วได้ข้อมูลเพียงพอ ก็จะส่งสตง.ตรวจสอบต่อไป
นายเรืองไกร กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ดี ในการประชุม ดีเอสไอ ไม่ได้มาชี้แจง 2 ครั้งแล้ว โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แจ้งว่า ติดภารกิจของนายกฯ ทั้งที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แจ้งกับตนว่า ได้กำชับให้มาชี้แจงแล้ว ซึ่งสัปดาห์หน้าจะส่งหนังสือให้นายกฯและนายพีระพันธุ์ ให้กำชับให้นายธาริต มาชี้แจง เพราตอนที่ผู้แทนการค้าไทยเรียกไปชี้แจงที่ทำเนียบรัฐบาล ยังไปได้ แต่กรรมาธิการของวุฒิสภาเชิญไปกลับไม่มา นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาล มาตอบญัตติอภิปรายทั่วไปที่ส.ว. 1 ใน 3 เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ที่ค้างอยู่นานแล้ว จะได้พูดเรื่องนี้กันให้ชัดๆ และจะได้ให้ส.ว.ลองโหวตแบบไม่เป็นทางการว่าจะไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ด้วย เพราะประธานวุฒิสภา ยังออกมาระบุว่า เรื่องภาษีบุหรี่ รัฐบาลชี้แจงไม่ชัด และภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา รัฐบาลได้ 5 เต็ม 10 เท่านั้น







