
พผ.เชื่อไม่มีเลือกตั้งเหตุการเมืองยังระอุ
“เพื่อแผ่นดิน” ประเมินไม่มีการเลือกตั้งเหตุการเมืองยังร้อน ชี้อาจใช้มาตรา7 กู้ชาติหากเลือกตั้งไม่ได้ “ชาญชัย” ยันส.ส.ในพรรคยังอยู่ครบพร้อมรวมกับ “สุวัจน์”
“เพื่อแผ่นดิน” ประเมินไม่มีการเลือกตั้งเหตุการเมืองยังร้อน ชี้อาจใช้มาตรา7 กู้ชาติหากเลือกตั้งไม่ได้ “ชาญชัย” ยันส.ส.ในพรรคยังอยู่ครบพร้อมรวมกับ “สุวัจน์”
ที่โรงแรมบางกอก รีสอร์ท มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคเพื่อแผ่นดิน ครั้งที่ 1/2554 โดยมีนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่ามีส.ส.ที่เข้าร่วมประชุมมีเฉพาะกลุ่มพญานาคของนายพินิจ จารุสมบัติ และนายปรีชา เลาห์พงศ์ชนะ โดยไม่มีส.ส.ในกลุ่มของว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณวี แกนนำกลุ่มโคราช กลุ่มบ้านริมน้ำของนายสุชาติ ตันเจริญ และกลุ่มนายไชยยศ จิรเมธากร และส.ส.สุรินทร์ 2 คน คือนายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ และนายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สส.สุรินทร์ ที่ย้ายไปร่วมกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทยมาเข้าร่วมแต่อย่างใด
นายชาญชัย โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ตามความเห็นส่วนตัวอาจจะไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น เนื่องจากยังมีวิกฤตการณ์ทางการเมืองและในทางบริหารอยู่ เพราะมีการอำนาจในการบริหารราชการเกินขอบเขต ทำลายหลักธรรมาภิบาล และยังส่งผลให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงกลายเป็นวิกฤตที่ยังจะไม่สิ้นสุดแม้จะมีการเลือกตั้งแล้วก็ตาม เพราะต่างฝ่ายต่างความคิด แบ่งขั้วความคิดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เป็นเรื่องอันตรายของชาติ ดังนั้นพรรคเพื่อแผ่นดินต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนสู่การเป็นทางเลือกที่ 3 ทางการเมือง เพื่อนำไปสู่วิถีทางใดก็ตามที่จะก่อให้เกิดการมีรัฐบาลให้ได้
“หากสองขั้วยังปะทะกันอย่างรุนแรง หากพรรคสามารถเป็นทางเลือกโดยไม่มีขั้ว ผสมผสานเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ปรองดอง ไม่มีการทำลายล้างกัน ประเทศจึงสามารถเดินไปได้” นายชาญชัย กล่าว
ต่อมา นายชาญชัย ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า พรรคเพื่อแผ่นดินมีการย้ายที่ประชุมพรรคใหม่มาที่ถ.สุโขทัย นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขขบังคับพรรค เรื่องการให้มีกรรมหารบริหารพรรคไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมหารบริหารทั้งหมด โดยต้องมีสมาชิกพรรคมาประชุมไม่น้อยกว่า 200 คน ในการลงมติในการประชุมใหญ่ต้องกระทำโดยเปิดเผย นอกจากนี้ยังมีการให้ตั้งคณะกรรมการ 3 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายของพรรคการเมือง คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง และคณะกรรมการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในพรรคการเมือง ขึ้นมาทำงานในพรรค
ด้านนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ รักษาการเลขาธิการพรรค กล่าวว่า หากรัฐสภาไม่สามารถแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ใช้ในการเลือกตั้ง 3 ฉบับได้ทันภายในเดือน พ.ค.นี้ ในขณะที่ก็มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะลาออก หากบังคับให้ กกต.ออกระเบียบเพื่อใช้ในการเลือกตั้งแทนการใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันที่จะยุบสภา ก็จะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง โดยไม่มีสภาผู้แทนราษฎร และไม่มี ส.ส. ส่งผลให้รัฐบาลรักษาการณ์ไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการตั้งรัฐบาลขึ้นมาเพื่อดำเนินการแทน หรือใช้บทบัญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 7 เพื่อแก้ไขสุญญากาศที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ นายชาญชัย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองและอนาคตของพรรคเพื่อแผ่นดินว่า ขณะนี้ส.ส.ของพรรคยังอยู่ครบทั้ง 31 คน ยังไม่คนใดแจ้งความประสงค์ขอลาออก ซึ่งหากมีผู้ใดต้องการลาออกทางพรรคก็จะอนุมัติ และหาคนมาแทนทันที ส่วนการประเมิน ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปนั้นนั้น ยังพูดไม่ได้ รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อน แต่ยอมรับว่าขณะนี้มีบุคคลจากหลายส่วนติดต่อเข้ามาร่วมกับพรรค เพราะเราเปิดกว้างทางการเมือง เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่จะรวมพรรคกับพรรครวมชาติพัฒนา นายชาญชัย กล่าวว่า ตนติดตามจากข่าว ซึ่งเห็นว่าหากสิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองก็ยินดีที่จะทำ
เมื่อถามว่าหากในอนาคต ส.ส.มีการย้ายพรรคได้เตรียมมาตรการไว้รองรับอย่างไร นายชาญชัย กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีใครลาออก หากมีอุดมการณ์เดียวกันก็อยู่ด้วยกันได้ แต่ถ้าอยากมีผัวใหม่ หรือผู้ใดประสงค์จะอยู่ก็อยู่ ไม่ประสงค์อยู่ก็ไป แต่ถ้าพรรคก็ได้มีการสร้างกำแพงป้องกันพลังดูดที่รุนแรง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะมีโสเภณีการเมืองเกิดขึ้นอีกมาก
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยกับพรรคชาติไทยพัฒนาจับมือเป็นพันธมิตรกันทางการเมือง นายชาญชัย กล่าวว่า เรามองอย่างพรรคข้างบ้านว่าเขามีอุดมการณ์ร่วมกันหรือเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนก็ยินดีด้วย แต่ถ้าแสวงหาอำนาจเราก็ต้องติดตามดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อผลประโยชน์หรือไม่ ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินจะจับมือกับใครจะต้องดูนโยบายตรงกันว่าเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน







