
สึนามิพัดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นวูบปีนี้1.8แสนคน
กรอ.คาดสึนามิพัดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นหาย 1.8 แสนคน ท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบ 36 เดือน
กรอ.คาดสึนามิพัดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นหาย 1.8 แสนคน ท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบ 36 เดือน
นายธราดล เปี่ยมพงษ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยจะได้รับผลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในญี่ปุ่น เป็นเวลา 36 เดือน
ทั้งนี้ คาดว่าหลังจากเดือน มี.ค.เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่จะเดินทางมาไทยลดลง 1.8 แสนคน จากปกติที่มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางเข้าไทยปีละ 1 ล้านคน หรือคิดเป็นลดลง 16%
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ในระยะสั้นการท่องเที่ยวไทยยังได้รับปัจจัยหนุนจากปัญหาแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวในภูมิภาคจำนวนมากยกเลิกการเดินทางไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่นและมาเที่ยวในไทย ทำให้ยอดการจองโรงแรมตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ทดแทนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ลดลง
นอกจากนี้ ในระยะยาวเชื่อว่านักลงทุนญี่ปุ่นจะหันมาขยายการลงทุนในตลาดต่างประเทศมากขึ้นรวมถึงประเทศไทยเพื่อกระจายความเสี่ยง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนให้มีการกระจายการลงทุนไปทั่วโลก ซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของไทย
นายธราดล กล่าวว่า สำหรับปัญหาแรงงานมีการส่งเครื่องบิน C130 เข้าไปรับแรงงานที่ต้องการเดินทางจากญี่ปุ่นกลับไทย ส่วนแรงงานที่เข้าไปทำงานในญี่ปุ่นอย่างผิดกฎหมาย ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต
นอกจากนี้ ภาครัฐยังได้เฝ้าระวังปัญหาการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีใน 3 ด้าน คือ จากทางอากาศ จากทางอาหาร และจากคน โดยทางอากาศได้มอบหมายให้กรมอุตุนิยมวิทยาจัดตั้งเครื่องตรวจสภาพอากาศ 8 จุดทั่วประเทศ
สำหรับทางอาหาร ได้มอบหมายให้องค์การอาหารและยา (อย.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เข้าไปสุ่มตรวจสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ส่วนการปนเปื้อนจากคน รวมทั้งระบบปรับอากาศบนเครื่องบินนั้น จะให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย(ทอท.) ไปดูแลร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ประชุมกรอ. นายกฯสั่งกระทรวงอุตฯ พลังงาน คลัง หารือค่ารถยนต์ปรับโครงสร้างภาษี ย้ำให้เวลา 1 เดือนต้องทำเสร็จ ไม่สนข้อเสนอเอกชนขอชะลอออกไปก่อนอีก 1 ปี
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการภาครัฐร่วมเอกชน (กรอ.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงานเร่งหารือร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ทุกราย เพื่อหาข้อสรุปเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยให้ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลกระทบ และรายละเอียดโครงสร้างทั้งหมดมา
ทั้งนี้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้เชิญผู้ผลิตรถยนต์เข้ามาหารือเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว รวมถึงเดินทางไปเจรจาร่วมกับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น และยุโรป แล้วเกือบทุกบริษัท ก่อนที่จะศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีทั้งหมด ซึ่งเอกชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการทั้งเรื่อง การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การประหยัดพลังงาน และความปลอดภัย
“เรื่องนี้ต้องเสร็จทันภายในรัฐบาลชุดนี้ เพราะนายกฯสั่งการมา และได้มอบหมายให้ดำเนินการมานานแล้ว โดยอย่างช้าต้องทำเสร็จภายใน 1 เดือนจากนี้ ขณะที่ภาคเอกชนเองขอให้ชะลอเรื่องนี้ออกไปอีก 1 ปี ที่ประชุมจึงให้ส.อ.ท.ไปนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมมา และให้รีบหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเอกชนอีกครั้งเพื่อความชัดเจน” นายชัยวุฒิ กล่าว
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ภาครัฐไม่ได้ปัดข้อเสนอของเอกชนที่ขอให้ชะลอการปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าวออกไปก่อน 1 ปี เนื่องจากเห็นว่าเมื่อประกาศใช้แล้วไม่ได้มีผลบังคับใช้ทันที แต่มีระยะเวลาให้ภาคเอกชนปรับตัวอยู่แล้ว 23 ปี ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก็ถือเป็นเรื่องปกติเพราะเป็นความได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้า โดยโครงสร้างภาษีดังกล่าวถือเป็นเรื่องสิทธิประโยชน์มากกว่า เพราะหากใครสามารถผลิตรถยนต์ออกมาได้ตามที่กำหนดก็จะได้รับการลดภาษีเพิ่มเติม ไม่ได้เก็บภาษีในอัตราใหม่
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาคเอกชนจะประชุมหารือกันเพื่อนำเสนอผลกระทบต่อรัฐบาลอีกครั้ง และได้แจ้งที่ประชุมกรอ.ว่าเอกชนไม่เคยได้รับทราบโครงสร้างภาษีใหม่อย่างเป็นทางการ จึงไม่ทราบว่าจะออกมาในทิศทางไหน ส่งผลให้ผู้ผลิตเกิดความสับสน
ทั้งนี้ อัตราการเก็บภาษีใหม่ที่กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่ผลิตรถสามารถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 150200 มิลลิกรัมต่อกิโลเมตร จะได้รับการลดภาษี 5% นั้น ในปัจจุบันรถยนต์บางรุ่นทำได้ และบางรุ่นทำไม่ได้ ซึ่งหากกำหนดแบบนี้ออกมาผู้ผลิตก็ต้องหารทางปรับตัว โดยต้องดูว่าอาจจะต้องนำเข้าเครื่องยนต์ หรือลงทุนไลน์การผลิตใหม่ เพื่อความคุ้มทุนมากที่สุด หรืออาจจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรยอมเสียภาษีในระดับเดิม เพราะลงทุนใหม่ไม่คุ้มกับภาษที่ได้รับ
“ขณะนี้ค่ายรถยนต์ทุกค่ายก็มีการเตรียมความพร้อมอยู่บ้างแล้ว แต่เราต้องการตัวเลขหรือโครงสร้างภาษที่ชัดเจนและเป็นทางการ เพื่อจะได้นำไปพิจารณาการปรับปรุงการผลิตเพิ่มเติม เพราะเครื่องยนต์ที่ผลิตในไทยส่วนใหญ่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศเยอะ หากเปลี่ยนเป็นต้องนำเข้าเครื่องยนต์จะกระทบผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ” นายศุภรัตน์ กล่าว
นายเอนก ศรีชีวะชาติ ประธานสมาคมท่องเที่ยวไทยญี่ปุ่น กล่าวว่า เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นนั้น ทางสมาคมจึงได้มีการติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ในการที่จะจัดเตรียมแผนเพื่อกระตุ้นธุรกิจการท่องเที่ยวไทยญี่ปุ่น รวมทั้งทุกๆ บริษัทยังได้ชะลอการทำธุรกิจ เพื่อดูเหตุการณ์และความปลอดภัยในเรื่องของสารกัมมันตรังสีให้มีความแน่ชัดมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น จากการติดตามสถานการณ์ดังกล่าว เชื่อว่าจะมีชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยเดินทางอพยพเข้ามาพำนักในประเทศไทยชั่วคราวประมาณ 2-3 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงสารกัมมันตรังสีที่รั่วไหล
นายเอนก กล่าวว่า ที่เชื่อว่าคนญี่ปุ่นจะเดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้นนั้น เป็นเพราะประเทศไทยถือเป็น 1 ใน 3 ของผู้อพยพชาวญี่ปุ่นที่จะเลือกเดินทางเข้ามาพำนัก เนื่องจากมีค่าครองชีพต่ำ และสามารถอยู่พำนักได้เป็นเดือนเมื่อเทียบค่าใช้จ่ายกับอีก 2 ประเทศ คือ ไต้หวันและเกาหลี เป็นต้น







