
นายกฯหาเสียงไม่เลิก ย้ำเพิ่มค่าแรงลดภาษี
“อภิสิทธิ์” หาเสียงไม่เลิก ลั่นลดภาษีนิติบุคคล แลกขึ้นค่าแรง 25% ภายใน 2 ปี ด้าน ส.อ.ท. ชงลดภาษีเหลือ 18%
“อภิสิทธิ์” หาเสียงไม่เลิก ลั่นลดภาษีนิติบุคคล แลกขึ้นค่าแรง 25% ภายใน 2 ปี ด้าน ส.อ.ท. ชงลดภาษีเหลือ 18%
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายในงานการจัดประชุมยุทธศาสตร์และกลุ่มจังหวัด 5 ภาค สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่า นโยบายการปรับขึ้นค่าแรงของรัฐบาลที่ 25% ภายใน 2 ปี เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำอย่างแน่นอน แต่รัฐบาลก็จะเข้ามาดูแลเรื่องการลดต้นทุนให้กับภาคเอกชนควบคู่กันไป โดยจะปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลให้เพื่อความสมดุล ซึ่งหากค่าแรงขึ้นรายได้ของประชาชนก็จะเพิ่มขึ้น ปัญหาการควบคุมราคาสินค้าก็จะลดลง เพราะประชาชนมีความสามารถในการซื้อเพิ่มมากขึ้นแล้ว โดยแนวนโยบายนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน
ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าแรง เพื่อต้องการให้เกิดความเป็นธรรม เนื่องจากขณะนี้สัดส่วนค่าจ้างต่อรายได้ของไทยอยู่ในระดับต่ำมากหากเทียบกับประเทศอื่นๆ ซึ่งมีผลทำให้เศรษฐกิจและตลาดภายในประเทศไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร ซึ่งในเชิงโครงสร้างการขึ้นค่าแรงจะเป็นส่วนในการเพิ่มกำลังซื้อให้ตลาดในประเทศ และจะมีผลในเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจในประเทศ ขณะเดียวกัน หากประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้นปัญหาการควบคุมราคาสินค้าก็จะลดลง โดยรัฐบาลจะปล่อยให้มีการขึ้นราคาสินค้าโดยให้ผู้ประกอบการเกิดการแข่งขันกันในตลาดเอง และรัฐบาลก็จะทำหน้าที่ดูแลการค้าขายให้เป็นไปตามกลไกลตลาด เนื่องจากรัฐบาลเข้าใจว่าการควบคุมราคาสินค้าจะเป็นการบิดเบือนโครงกสร้างการผลิต ทำให้ธุรกิจไม่สามารถเจริญเติบโตได้ เพราะไม่มีใครต้องการที่จะผลิตสินค้าขายแล้วขาดทุน เหมือนในกรณีปาล์มน้ำมัน เป็นต้น ซึ่งเมื่อสามารถเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนได้มาตรการนี้ก็จะผ่อนคลายลง
นอกจากนี้ จะทบทวนความคิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานต่างด้าว โดยอาจจะเปิดรับให้มีการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในเมืองไทยได้มากขึ้น โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เนื่องจากตอนนี้เศรษฐกิจเติบโตอยู่ในระดับที่ดี เป็นโอกาสให้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานในเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น แต่ปัจจุบันมีการกำหนดการให้คนต่างด้าวเข้ามาทำงานในจำนวนจำกัด เพราะเป็นห่วงเรื่องความมั่นคงของชาติ จึงทำให้เกิดปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายจำนวนมาก โดยขณะนี้แรงงานต่างด้าวในเมืองไทยจำนวนกว่า 3 ล้านคน แต่เข้ามาขึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎหมายเพียง 1 ล้านคน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เรื่องการปรับโครงสร้างภาษีนิติบุคคลภาคเอกชนเคยเสนอเรื่องนี้ไปหลายครั้งแล้ว โดยคิดว่าอัตราภาษีที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่ระดับ 20-18% จากเดิมเก็บอยู่ที่ระดับ 30% และ 25% สำหรับบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งในทางปฏิบัติคงจะต้องดูอีกทีว่าโครงสร้างที่ออกมาใหม่จะเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก็เข้าใจแนวคิดของนายกรัฐมนตรี แต่ก็ต้องการให้เรื่องดังกล่าวเป็นไปตามกลไกของคณะกรรมการค่าจ้างกลาง (คณะกรรมการไตรภาคี)
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานส.อ.ท. กล่าวว่า รัฐบาลควรปรับการจ่ายค่าแรงขั้นต่ำของคนไทยให้สูงกว่าการจ่ายค่าแรงให้แรงงานต่างด้าวไม่ต่ำกว่ 15-20% เพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยให้มีรายได้สูง และช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการในการจ้างแรงงานต่างด้าว และเพื่อให้สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีการปกป้องแรงงงานในประเทศ







