posttoday
ญี่ปุ่นพบรังสีมรณะในอาหาร/นํ้า

ญี่ปุ่นพบรังสีมรณะในอาหาร/นํ้า

20 มีนาคม 2554

ญี่ปุ่นวุ่น สารกัมมันตรังสีรั่วปนเปื้อนในนม ผักโขม และน้ำประปา ไกลเกินกว่าพื้นที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเป็นเขตอันตราย

ญี่ปุ่นวุ่น สารกัมมันตรังสีรั่วปนเปื้อนในนม ผักโขม และน้ำประปา ไกลเกินกว่าพื้นที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเป็นเขตอันตราย

ขณะที่ทีมวิศวกรประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อสายไฟเข้าสู่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมา ไดอิจิ จุดประกายความหวังระบบทำความเย็นของเตาปฏิกรณ์กลับมาใช้การได้อีกครั้ง

นายยูคิโอะ อิดาโนะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น แถลงเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่า ตรวจสอบพบปริมาณสารกัมมันตรังสีในระดับที่สูงกว่าปกติปนเปื้อนในนม ผักโขม และน้ำประปา แต่ปริมาณดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

นายอิดาโนะ ยืนยันว่าปริมาณปนเปื้อนที่พบนั้นน้อยมาก แม้ดื่มนมที่ปนเปื้อนเป็นเวลา 1 ปี ก็ยังมีปริมาณรังสีเท่ากับที่ได้รับจากการเข้าเครื่องซีทีสแกนในโรงพยาบาลเท่านั้น

นมปนเปื้อนดังกล่าวพบในพื้นที่นอกเขตที่ทางการญี่ปุ่นกำหนดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง ซึ่งห่างจากที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ เกินกว่า 30 กิโลเมตร ขณะที่ผักโขมปนเปื้อนพบที่อิบารากิ จังหวัดใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเข้าตรวจสอบสินค้าที่วางจำหน่ายอยู่ในพื้นที่ทั้งสองจังหวัดอย่างละเอียดแล้ว โดยจะตามหาแหล่งที่มาและต้นตอของสินค้าปนเปื้อนทั้งสองชนิด เพื่อสั่งระงับการขายโดยด่วน

ขณะที่สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) แจ้งให้ญี่ปุ่นเร่งสั่งระงับการขายสินค้าในจังหวัดฟูกุชิมาทันทีอย่างน้อย 8 วัน

นอกจากนี้ เอเอฟพียังมีรายงานอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กระทรวงวิทยาศาสตร์รายหนึ่งซึ่งปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อ ระบุว่า พบสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนในน้ำประปาในกรุงโตเกียวและในอีกหลายจังหวัด แต่ปริมาณอยู่ในระดับมาตรฐานที่ยังดื่มกินได้

ขณะที่ภารกิจการกอบกู้วิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เจ้าหน้าที่ภายในโรงไฟฟ้ากำลังทำงานแข่งกับเวลา เพื่อจะแก้ไขระบบวงจรไฟฟ้าภายในที่ถูกทำลายจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับสายไฟที่ลากมาจากภายนอกโรงงาน ให้เครื่องทำความเย็นทำงานขึ้นอีกครั้ง

กระนั้นก็ตาม แม้การเชื่อมต่อไฟฟ้าสำเร็จ ก็ยังคงคาดเดาไม่ได้ว่าระบบทำความเย็นของเตาปฏิกรณ์จะกลับมาทำงานได้อีกหรือไม่ เนื่องจากระบบดังกล่าวอาจได้รับความเสียหายรุนแรง แต่ถ้าแผนการดังกล่าวเป็นไปตามคาด ระบบทำความเย็นจะสามารถทำงานได้ตามปกติในวันที่ 20 มี.ค.

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่มีรายงานคนไทยเสียชีวิตในญี่ปุ่น แต่ติดต่อไม่ได้เพราะระบบสื่อสารขัดข้อง ขณะนี้ได้ประสานไปยังทางการญี่ปุ่น โดยเฉพาะตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพราะบางครั้งมีการเดินทางกลับมาแล้วแต่ไม่มีการแจ้ง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในวันที่ 21 มี.ค.นี้ จะประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) โดยได้มอบหมายให้ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ให้ภาคอุตสาหกรรมจัดทำรายละเอียดข้อมูลเสนอต่อภาครัฐ เพื่อหาแนวทางรับมือที่อาจจะเกิดขึ้น ต่ออุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจชะงักลงชั่วคราว

ด้าน พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า เครื่องบินซี 130 ของกองทัพอากาศ จำนวน 2 ลำ ที่บรรทุกสิ่งของพระราชทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ผ่านทางมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ได้เดินทางถึงญี่ปุ่นที่สนามบินทหารในกรุงโตเกียวแล้ว และจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยวันที่ 20 มี.ค. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะนำคนไทยจากประเทศญี่ปุ่นเดินทางกลับมาด้วย แต่จำนวนไม่ชัดเจน โดยเครื่องบินซี 130 สามารถรองรับได้เที่ยวละ 100 คน

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง