posttoday
โพลเผย ปชช.ผิดหวังซักฟอกข้อมูลเก่า

โพลเผย ปชช.ผิดหวังซักฟอกข้อมูลเก่า

18 มีนาคม 2554

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ ปชช. ผิดหวังภิปรายไม่ไว้วางใจ ระบุไม่คุ้มค่าในการติดตาม เนื่องจากข้อมูลที่ทั้ง 2 ฝ่ายนำมาอภิปรายเป็นเรื่องเก่า

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ ปชช. ผิดหวังภิปรายไม่ไว้วางใจ ระบุไม่คุ้มค่าในการติดตาม เนื่องจากข้อมูลที่ทั้ง 2 ฝ่ายนำมาอภิปรายเป็นเรื่องเก่า

 

โพลเผย ปชช.ผิดหวังซักฟอกข้อมูลเก่า

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนที่มีต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ดำเนินมาถึงวันสุดท้ายว่า เสียงส่วนใหญ่ 61.29% มองว่าไม่คุ้มค่าในการติดตาม เนื่องจากข้อมูลที่ทั้ง 2 ฝ่ายนำมาอภิปรายเป็นเรื่องเก่า ไม่มีหลักฐานที่มีน้ำหนักหรือชัดเจนมากพอ ,มุ่งแต่เอาชนะคะคานกันเหมือนเดิม ฯลฯ  
        
ส่วนอีก 38.71% มองว่าคุ้มค่า เพราะได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆมากขึ้น ได้รับรู้ถึงความก้าวหน้าและผลงานของรัฐบาล ,ได้เห็นประสิทธิภาพและความสามารถในการอภิปรายของทั้ง 2 ฝ่าย ฯลฯ
        
ขณะที่ประเด็น“ความสมหวัง"หรือ“ผิดหวัง"จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น 78.91% บอกว่าผิดหวัง เนื่องจากบรรยากาศในการอภิปรายยังเหมือนเดิม มีแต่ทะเลาะกัน การใช้วาจา กริยาที่ไม่สุภาพ ,พาดพิงถึงบุคคลภายนอก ฯลฯ และ 21.09% ระบุว่า สมหวัง เพราะได้รับรู้ประเด็นที่น่าสนใจ ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลมีการเตรียมข้อมูลมาอภิปรายอย่างเต็มที่ ฯลฯ
         
จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เรื่องที่ประชาชน“สมหวัง"อันดับ 1 คือได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และชัดเจนมากขึ้น 38.90% อันดับ 2 ได้เห็นบุคคลสำคัญของแต่ละฝ่ายขึ้นมาอภิปรายและชี้แจงในเรื่องต่างๆ 32.38% และอันดับ 3 ไม่เกิดเหตุการณ์ประท้วงจนทำให้เกิดสภาล่ม 28.72%
        
เรื่องที่ประชาชน“ผิดหวัง"อันดับ 1 คือ เนื้อหาที่นำมาอภิปรายเป็นเรื่องเก่า  ที่นำมาพูดซ้ำๆ /ไม่มีข้อมูลแปลกใหม่ 35.61%อันดับ 2 ต่างฝ่ายต่างใช้อารมณ์ ต้องการที่จะเอาชนะกันมากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน 34.20% และอันดับ 3 การใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ  การแสดงกริยามารยาทที่ไม่เหมาะสม 30.19%
         
สำหรับสิ่งที่ประชาชน “ประทับใจ" จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ อันดับ 1 การชี้แจงประเด็นที่ถูกอภิปรายของนายกฯ อภิสิทธิ์ 43.09% อันดับ 2 ข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาพูดโดยเฉพาะข้อมูลของจตุพร พรหมพันธุ์ 29.67% อันดับ 3 การควบคุมการอภิปรายของประธานในที่ประชุม 27.24%
         
สิ่งที่ประชาชน “เบื่อหน่าย" จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ อันดับ 1 การใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ ถ้อยคำหยาบคาย /การใช้อารมณ์ 40.08% อันดับ 2 ประเด็นที่นำมาอภิปรายส่วนใหญ่เป็นเรื่องเดิมๆ  33.89% อันดับ 3 การถาม –ตอบ ไม่ตรงประเด็น ของทั้ง 2 ฝ่าย 26.03% 
         
จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เสียงส่วนใหญ่ 54.14% ระบุว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความนิยมของ “พรรคประชาธิปัตย์"เพราะชื่นชอบนายกฯอภิสิทธิ์และชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ,การอภิปรายเป็นเรื่องปกติที่จะต้องมี ฯลฯ ส่วนอีก 25.56% บอกว่านิยมพรรคประชาธิปัตย์ลดลง  เพราะได้เห็นการทำงานที่บกพร่องของรัฐบาล รัฐมนตรีบางคนตอบข้อคำถามได้ไม่ชัดเจน ไม่มีน้ำหนักมากพอ ฯลฯ ขณะที่ 20.30% นิยมพรรคประชาธิปัตย์เพิ่มมากขึ้น เพราะรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงส่วนใหญ่สามารถชี้แจงประเด็นต่างๆได้  ควบคุมอารมณ์ได้ดี ฯลฯ
         
ด้านผลกระทบต่อความนิยมของ “พรรคเพื่อไทย" นั้น 46.62% บอกว่านิยมพรรคเพื่อไทยลดลง เพราะการอภิปรายยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ขาดการควบคุมอารมณ์ ผู้อภิปรายบางคนไม่น่าสนใจ ฯลฯ  และ 42.10% นิยมพรรคเพื่อไทยเท่าเดิม 42.10% เพราะชื่นชอบพรรคเพื่อไทย เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะต้องมีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ฯลฯ ส่วน 11.28% นิยมพรรคเพื่อไทย เพิ่มมากขึ้น เพราะมีการเตรียมข้อมูลมาดีกว่าที่ผ่านมา สามารถชี้ให้เห็นข้อบกพร่องในการทำงานของรัฐบาลได้ ,ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดีแล้ว ฯลฯ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท