
ลุ้นรัฐเคาะลดดีเซล1020สต.
น้ำมันโลกขาลง รอกบง.เคาะวันนี้ กระหน่ำลดราคาดีเซล 10-20 สต. หรือลดชดเชยช่วยผ่อนภาระกองทุนน้ำมันฯ
น้ำมันโลกขาลง รอกบง.เคาะวันนี้ กระหน่ำลดราคาดีเซล 10-20 สต. หรือลดชดเชยช่วยผ่อนภาระกองทุนน้ำมันฯ
การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 17 มี.ค. มี นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เป็นประธาน จะมีการพิจารณาแนวทางการดูแลราคาดีเซลในช่วงราคาน้ำมันตลาดโลกกำลังลดลง โดยมีทางเลือกไว้ 2 ทาง คือ แนวทางแรก ปรับลดราคาขายปลีกดีเซลทันที 10-20 สต./ลิตร เพื่อให้ประชาชนใช้น้ำมันราคาถูกลง
แนวทางที่ 2 พิจารณาปรับลดอัตราการชดเชยราคาดีเซลลง 20-30 สต./ลิตร จากปัจจุบันที่ชดเชย 5 บาท/ลิตร เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังมีรายจ่ายชดเชยดีเซลอยู่วันละ 302 ล้านบาท ในขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันฯ สุทธิเหลือ 1.7 หมื่นล้านบาท
เบื้องต้นคาดว่า รมว.พลังงาน จะเลือกปรับลดราคาขายปลีกหน้าปั๊มมากกว่า เพราะทำได้ทันที แต่หากเลือกลดอัตราชดเชยดีเซลต้องขอมติจากที่ประชุม กบง.
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลควรเลือกวิธีลดอัตราชดเชยดีเซลเพื่อรักษาระดับเงินกองทุนน้ำมันฯ เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังไม่มีความแน่นอน ในทางกลับกันถ้าเหตุการณ์ปัญหานิวเคลียร์ในญี่ปุ่นจบเมื่อไหร่ เชื่อว่าแนวโน้มความต้องการใช้ดีเซลในตลาดโลกจะสูงขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะในญี่ปุ่น จะส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาสูงอีกครั้ง
สำหรับความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในนตลาดตลอด2-3 วันที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ราคาน้ำมันตลาดนิวยอร์ค ปรับลดลงเฉลี่ย 5-6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่ตลาดลอนดอน ปรับลดลงถึง 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ ราคาเบนซินปรับลดลง 3-4 เหรียญสสหรัฐ/บาร์เรล และดีเซลในภาพรวมยังปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งแนวโน้มความต้องการใช้ดีเซลในตลาดโลกยังเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าในอนาคตราคาน้ำมันตลาดโลกอาจปรับเพิ่มขึ้นอีก
ด้านราคาน้ำมันดิบเบาที่ตลาดไนเมกซ์งวดส่งมอบเดือน เม.ย. ที่ตลาดนิวยอร์ก วันที่ 16 มี.ค. ปรับลง 4.01% อยู่ที่ 97.02 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากประเมินว่าความต้องการน้ำมันของญี่ปุ่นจะลดลงต่อเนื่อง อันเป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ฟุบตัวหลังแผ่นดินไหว 9.0 ริคเตอร์ และคลื่นสึนามิ ที่สร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างสาธารณูปโภค และระบบขนส่ง รวมไปถึงพื้นที่อุตสาหกรรมทางตอนเหนือของญีปุ่นอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม การซื้อขายที่ตลาดสิงคโปร์ต่อเนื่องจากการซื้อขายที่นิวยอร์กนั้น ราคาน้ำมันดิบเบากลับมามีแรงบวกเพิ่มขึ้นอีก 97 เซนต์ อยู่ที่ 98.315 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากความวิตกกังวลสถานการณ์ประท้วงในบาห์เรน ที่ซาอุดี อาระเบียได้ส่งกองกำลังเข้าไปช่วยเหลือ จนเกิดความหวั่นเกรงว่าความไม่มั่นคงทางการเมืองในตะวันออกกลางจะรุนแรงยิ่งขึ้น







