
พท.สับพรทิวาปล่อยแก๊งค์หูบี้โกงน้ำตาล
พรทิวาปัดเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะ ปล่อยแก๊งค์หูบี้โกงน้ำตาล โวรัฐส่งออกสินค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชี้นายกไม่ไร้ฝีมือ
พรทิวาปัดเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะ ปล่อยแก๊งค์หูบี้โกงน้ำตาล โวรัฐส่งออกสินค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชี้นายกไม่ไร้ฝีมือ
การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลวานนี้ (15 มี.ค.)นายเจริญ จรรย์โกมล ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ เรื่องปัญหาอ้อยและน้ำตาลทรายราคาแพง ว่า โควตาน้ำตาลของกระทรวงพาณิชย์ มี 1 ล้านกระสอบ หรือ 100 ล้านกิโลกรัม ซึ่งถูกกักตุนโดย “ แก๊งหูบี้ ”โดยมีที่ตั้งสำนักงานอยู่ตรงข้ามสำนักงาน ป.ป.ช.แห่งใหม่ ในการกระจายน้ำตาลในโควต้าของกระทรวงพาณิชย์ให้กับ 11 บริษัท มีหลายบริษัทไม่ได้ประกอบการเกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำตาล เช่น บริษัทขายปลีกวิทยุ โทรทัศน์ บริษัททำประตูม้วนรีโมท บริษัทขายเครื่องดื่มปลอดแอลกอฮอล์ บริษัททำผักผลไม้ดอง มีบางบริษัทที่ขาดทุนจากการประกอบการเดิม 22 ล้านบาท ก็ยังได้รับการกระจายน้ำตาลถึง 2.5 แสนกระสอบ และมีน้ำตาลค้างกระดานอยู่ 5.7 หมื่นกระสอบ ทำให้ชาวไร่อ้อยขายน้ำตาลไม่ได้ เพราะกระทรวงพาณิชย์ระบายน้ำตาลในสต๊อกไม่หมด แต่กลับไปออกเป็นสินค้าธงฟ้า ซึ่งกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายเห็นว่า มีปัญหาที่สินค้าขาดตลาด และราคาแพง จนกองทุนฯ ต้องไปซื้อน้ำตาลต่างประเทศมา 74 ล้านกิโลกรัม เพื่อมากระจาย โดยซื้อมาถึงกิโลกรัมละ 22 บาท ทั้งที่ราคาน้ำตาลไทยหน้าโรงงาน น้ำตาลทรายขาว 19 บาท น้ำตาลขาวบริสุทธิ์ 20 บาท กองทุนต้องขายน้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 20 บาท ทำให้ต้องรับภาระขาดทุน 148 ล้านบาท
นายเจริญ กล่าวต่อว่า น้ำตาลเป็นสินค้าควบคุมราคา แต่ตอนนี้ราคาแพงมาก ประชาชนที่จะซื้อในราคาถุงละ 23.50 บาท ต้องเข้าคิวซื้อคนละสองถุง กองทุนอ้อย น้ำตาลทราย ก็ถามทำไมควบคุมราคาแต่ในส่วนของเขา และมีข้าราชการต่างจังหวัดบอกตนว่า ถ้าตรวจจริงๆ จะเจอน้ำตาลของกระทรวงพาณิชย์ ที่เขาให้คุมราคา แต่ไปขายจริงสูงถึง 29-30 บาท และการให้โควต้าน้ำตาล ถ้าตนต้องการโควต้าน้ำตาลบ้าง ก็มีคนบอกให้ไปติดต่อคนอักษร ว. และยังมีข่าวอีกว่า การจะได้น้ำตาล ก็ต้องจ่ายใต้โต๊ะกิโลกรัมละ 3 บาท ราคาน้ำตาลจึงยิ่งสูงกว่าความจริง
นางพรทิวา ได้กล่าวชี้แจงว่า ไม่มีการเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะตามที่ถูกกล่าวหา ดังนั้น หนังที่นายเจริญสร้างจึงโกหกแต่ต้น ขออธิบายสั้นๆ สิ่งที่อ้างว่าซื้อน้ำตาล27บาทมาขาย23.50บาทและเรียกเก็บ3บาทนั้น จะเป็นไปได้อย่างไร เป็นการพูดเท็จ ใครจะซื้อแพงมาขายถูก ส่วนเรื่องข้าวเฉลิมพระเกียรตินั้น สิ่งใดที่เกี่ยวกับสถาบันนั้นทำไมต้องทำเป็นประเด็นการเมืองตลอด ตนไม่เข้าใจ เรื่องนี้น่าจะมีความรู้สึกร่วมกันในการเทอดพระเกียรติและไม่มีการคิดหากิน ไม่มีใครกล้าทุจริต ยืนยันเรื่องนี้สุจริต
นางพรทิวา กล่าวว่า ส่วนราคาสินค้านั้น มีการส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในอาเซียนเป็นรองแค่สิงคโปร์ ใครบอกว่านายกฯไร้ฝีมือและหาเงินไม่เป็น ราคาสินค้าที่ขึ้นนั้นมันเป็นตามกลไกโลก เช่นภาวะโลกร้อน ขาดแคลนน้ำ แต่ได้ติดตามราคาสินค้าในอาเซียน เช่นไข่นั้นถือว่าเกือบถูกที่สุด รวมทั้งไก่ หมู น้ำมันปาล์ม ถั่วเหลือง ด้วยเช่นกัน กระทรวงดูแลด้วยความเป็นธรรมคือ ผู้บริโภค เกษตรกร ผู้ประกอบการ อย่ามองมุมเดียวเช่นของแพงนั้นประชาชนเดือดร้อน แต่หากของถูกเกษตรกรและผู้ประกอบการขาดทุนจะทำอย่างไร มันต้องดูแลทั้งสามกลุ่ม มันไม่ได้พาเหรดขึ้นทั้งหมด มันขึ้นบางตัว บางตัวก็ลดลง เดือนเม.ย.ปีนี้ปรับขึ้นราคาสินค้า4อย่างตามภาวะตลาดโลก เช่น น้ำมันถั่วเหลือง นม ปุ๋ยยูเรีย และน้ำมันปาล์มที่ขึ้นไปแล้ว ตนได้คุยกับผู้ประกอบการเพื่อตึงราคาสินค้าแล้วก็ควรขอบคุณ อย่าประโคมข่าวเป็นการเมืองไป
ขณะที่ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ยืนยันว่าน้ำตาลทรายไม่ขาดตลาด ปีที่แล้วน้ำตาลทรายโควตามี22ล้านกระสอบ และจัดสรรเพิ่มเป็น25ล้านกระสอบ ส่วนราคาอ้อยขั้นต้นนั้น จะให้กู้เงินเพิ่มเติมให้เป็น1,050บาทต่อตันเพื่อให้เกษตรกรรับเงินได้เหมาะสม







