
อีซีพาส-สมาร์ตการ์ด-น้ำมันปาล์มจากแม้วถึงมาร์ค
ประเทศไทยเรามีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ปราศจากภัยพิบัติ ประเทศเราน่าจะเจริญเป็นประเทศมหาอำนาจ แต่เพราะเรามี “นักการเมืองไทยๆ” เป็นผู้บริหาร.....
ประเทศไทยเรามีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ปราศจากภัยพิบัติ ประเทศเราน่าจะเจริญเป็นประเทศมหาอำนาจ แต่เพราะเรามี “นักการเมืองไทยๆ” เป็นผู้บริหาร.....
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง นักวิชาการกฎหมายอิสระ
เหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรง โดยความแรงของแผ่นดินไหววัดได้ 8.9 ริกเตอร์ ซึ่งถือเป็นความรุนแรงอันดับ 7 ของโลก ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูงถึง 10 เมตร พัดเข้าถล่มบ้านเรือน สนามบิน สถานที่ก่อสร้างต่างๆ ที่ขวางหน้าราบเรียบทั้งรถยนต์และเรือเคลื่อนที่ไปพร้อมๆ กัน ในกระแสน้ำที่พัดพาไปราวกับน้ำพัดของเล่น
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่น และก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่นมากมายมหาศาล แต่เชื่อว่าญี่ปุ่นจะฟื้นตัวได้ เพราะคนของเขามีคุณภาพ แม้แผ่นดินไหวครั้งนี้จะรุนแรงมีผลกระทบหลายประเทศ แต่ประเทศไทยเรากลับไม่ได้รับผลกระทบไม่ได้รับความเสียหายเลย ทำให้ผมนึกถึงอีเมลตลกเรื่องพระเจ้าสร้างโลก ที่อ่านแล้วขำไม่ออก แม้จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่ก็เหมือนจริงทุกเรื่อง
ประเทศไทยเรามีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ปราศจากภัยพิบัติ ประเทศเราน่าจะเจริญเป็นประเทศมหาอำนาจ แต่เพราะเรามี “นักการเมืองไทยๆ” เป็นผู้บริหาร จึงทำให้ประเทศเราย่ำอยู่กับที่ นั่นเป็นเพราะเรามีนักการเมืองไทยๆ ที่พวกหนึ่งคิดแต่จะเอานักโทษหนีคดีกลับประเทศ อีกพวกหนึ่งก็คิดแต่จะแจกเงินหาเสียง ทำในสิ่งที่ด่าเขาไว้ ประเทศไทยจึงไม่เพียงแต่ไม่ก้าวหน้า แต่กลับถอยหลัง
การทางพิเศษแห่งประเทศไทยตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาจราจร แต่กลับแสวงหากำไรกับบัตรอีซีพาส จนทำให้การจราจรติดขัดมากขึ้น แม้จะไม่ใช่เป็นการบริหารของนักการเมืองโดยตรง แต่นักการเมืองไม่ยอมเข้าไปแก้ปัญหา คงปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ประชาชนยังคงเป็นตัวประกัน
ทุกวันนี้ แม้ผมจะยอมเสียเงิน 1,000 บาท เพื่อให้ได้เป็นเจ้าของบัตรอีซีพาส แต่ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ผมยังคงไม่กล้าใช้ทางด่วน เพราะรถจะติดหน้าด่านเก็บเงินทางด่วน โดยเฉพาะด่านใหญ่ๆ การจราจรจะติดขัดมาก อีซีพาสไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา กลับเป็นการเพิ่มปัญหา เพราะมีคนใช้น้อย แทนที่การทางพิเศษฯ จะขายบัตรทางด่วน สำหรับผู้ที่ใช้ทางด่วนไม่มาก หรือพวกที่ทนไม่ได้กับการเรียกค่ามัดจำบัตรถึง 1,000 บาท แต่การทางพิเศษฯ กลับยกเลิกการขาย เพื่อบังคับให้คนต้องซื้ออีซีพาส
โดยอ้างว่าต้องการให้บัตรมีคุณค่าจึงกำหนดให้วางมัดจำบัตร 1,000 บาท สงสัยว่าคนคงไม่อยากวางมัดจำ 800 บาท เพราะกลัวจะเสียศักดิ์ศรี เป็นพวกคุณค่า 800 ไม่เหมือนพวกซื้อก่อนที่เป็นคนมีคุณค่า 1,000 เลยไม่สนใจที่จะซื้อ
หากพวกผมที่เป็นคนมีคุณค่า 1,000 อยากจะเปลี่ยนเป็นพวกคุณค่า 800 แล้วแห่กันไปคืนของเก่าเพื่อเปลี่ยนเป็นของใหม่ จะไม่เกิดความยุ่งยากกับการทางพิเศษฯ หรือในเมื่อยอมรับให้วางประกัน 800 บาทได้ ทำไมไม่เปลี่ยนให้เหมือนกัน โอนเงินส่วนต่าง 200 เป็นเงินเติมให้ก็ได้ จะได้เกิดความเท่าเทียมกัน
การแก้ปัญหาของการทางพิเศษ (ภายใต้การกำกับดูแลของนักการเมืองไทยๆ) เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เกาไม่ถูกที่คัน ผมเคยเสนอให้การซื้อบัตรทำได้ง่ายๆ ถ้ายังไม่ได้ผล ให้ลดราคาให้มากขึ้นเพื่อจูงใจ แต่การทางฯ ยังคงบริหารงานแบบเดิมๆ ไม่รู้สึกเดือดร้อน เพราะถึงอย่างไรคนก็ต้องใช้ทางด่วน
นักการเมืองไทยๆ ที่มีวาสนาเป็นเสนาบดีก็ไม่สนใจ เพราะมีรถนำขบวนไม่เดือดร้อน ไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่ง เอาไว้ตอนแต่งตั้งบอร์ดค่อยเสนอหน้าเข้าไปดูแลเรื่องอีซีพาส แม้จะสะท้อนการทำงานของนักการเมืองไทยๆ แต่สมาร์ตการ์ด กลับสะท้อนตัวตนของนักการเมืองไทยๆ ได้ชัดเจนกว่า
เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่คนไทยในยุคเทคโนโลยีก้าวไกล มีระบบออนไลน์ ทำบัตรที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ ผมเองก็เคยชื่นชมว่าเป็นหน่วยงานที่ทันสมัย ทำงานเชิงรุก แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า คนยุคนี้ทำบัตรประชาชนแล้วต้องใช้ใบเหลืองแทนบัตรตัวจริง เป็นการย้อนอดีตกลับไปหลายสิบปี แต่เป็นการย้อนอดีตที่เจ็บปวดกว่า เพราะต้องใช้ใบเหลืองอย่างไม่มีกำหนด
เท่าที่ทราบ บัตรมีพร้อมที่จะออกให้กับประชาชนได้ แต่ต้องรอการออกกฎกระทรวงก่อน
พระเจ้าช่วยเอานักการเมืองไทยๆ ออกไปจากประเทศนี้ทีเถิดครับ มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ มีบัตรแต่ออกให้ประชาชนไม่ได้ ต้องรอกฎกระทรวง เหตุผลจริงๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่า กระทรวงที่ทำบัตรกับกระทรวงที่ใช้บัตร เป็นคนละพรรคการเมืองกัน ผลประโยชน์จากการทำบัตรไม่ลงตัว จึงดึงกันไปดึงกันมา
ประชาชนเป็นตัวประกันอีกแล้วครับ
เกิดเป็นคนไทยต้องทำใจ เพราะจะถูกจับเป็นตัวประกันตลอดไป ไม่มีบัตรสมาร์ตการ์ดแต่มีใบเหลือง ยังพอมีชีวิตอยู่ได้ แต่ไม่มีน้ำมันปาล์มเอาไว้ผัด กะเพราหมู ไม่มีน้ำมันเอาไว้ทอดไข่เจียวสัก 2 ขีด คนไทยเดือดร้อนครับ เดือดร้อนกันทุกครัวเรือน
ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่า “นักการเมืองไทยๆ” ท่านใช้อวัยวะส่วนไหนบริหารประเทศ
น้ำมันปาล์มที่ประเทศเราก็ผลิตได้เอง กลับหายไปจากตลาดซะงั้น ครั้น ฯพณฯ เข้ามาแก้ปัญหา ให้นำเข้าน้ำมันปาล์ม ก็ไม่รู้ว่ามีเงินไปตกในกระเป๋าใคร
นักการเมืองไทยๆ ของเรามีจุดยืนที่ชัดเจนมากๆ ไม่ว่าประชาชนจะเดือดร้อนอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นโครงการของในหลวงหรือไม่ แต่เปอร์เซ็นต์ข้าฯ ต้องได้ไม่ตกหล่น เป็นจุดยื่นอันอัปยศที่ต้องโทษพระเจ้า ผู้สร้างนักการเมืองไทยๆ เห็นการทำงานของมาร์คอย่างนี้ที่คงแก้ปัญหาด้วยปากไปวันแล้ววันเล่า ต้องยอมรับจริงๆ ว่า ชักจะคิดถึงแม้วเสียแล้ว







