
สุเทพเชื่อ2พรรคฮั้วตั้งรัฐบาล
สุเทพเชื่อมื้อเที่ยง2พรรคการเมืองภูมิใจไทยกับชาติไทยพัฒนาถกตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ยังไม่เสียสติลงนามสัตยาบันกับเพื่อไทย
สุเทพเชื่อมื้อเที่ยง2พรรคการเมืองภูมิใจไทยกับชาติไทยพัฒนาถกตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ยังไม่เสียสติลงนามสัตยาบันกับเพื่อไทย
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ไม่เชื่อว่า การนัดรับประทานอาหารกลางวันระหว่างแกนนำพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ได้เป็นการต่อรองการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ที่มีรมต.พรรคภูมิใจไทยถูกอภิปราย แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นการหารือถึงการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งมากกว่า
“การรับประทานอาหารครั้งนี้ ทั้งสองพรรคได้บอกผมแล้ว ทราบข่าวมาว่า พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นพรรคขนาดกลาง ต้องการปรึกษาการเมืองมีอะไรร่วมมือกันได้บ้าง ให้ตัวเองได้รับชัยชนะเลือกตั้งในพื้นที่ต่างๆ และเมื่อวานนี้ในงานครบรอบ 84 ปีคุณแม่นายพินิจ จารุสมบัติ ผมก็ได้พบผู้แทนพรรคภูมิใจไทยได้อธิบายกัน และได้คุยกับผู้นำพรรคเพื่อแผ่นดินได้คุยกันเข้าใจกันพอสมควร” นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวถึง กรณีที่นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยแถลงตอกย้ำ ท้าพรรคปชป.ให้มาลงสัตยบรรณ หากพรรคใดชนะเลือกตั้งอันดับหนึ่งให้จัดตั้งรัฐบาล ว่า ตนคงไม่ไปทำอะไรที่เสียสติกับเขา ไม่เช่นนั้นก็คงต้องพิจารณาทุกวัน
“เอาว่าถ้าพรรคเพื่อไทยได้ 251 เสียงตั้งรัฐบาล ประชาธิปัตย์ 250 เสียงตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ใครเก่งจริง ทำให้เกิน 1 คะแนน แต่ถ้าได้ 249 ยุ่ง ถ้าได้ไม่ถึง 200 เสียง ก็ต้องมาพูดคุย ก็เป็นเรื่องที่สภาจะตกลงร่วมกันกี่พรรคตั้งรัฐบาล เป็นแนวปฏิบัติกันทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย“นายสุเทพกล่าว
นายสุเทพ ย้ำว่า“ที่ผมพูดถ้าคนได้เสียงเด็ดขาดชัดเจน เป็นความชอบธรรมเป็นสิทธิตั้งรัฐบาล ก็เลยยกตัวอย่างแบบสุดโต่ง คือได้ 250 เสียง สมมติ เพื่อไทยได้ 200 เสียง ผมได้ 100 เสียงก็ชัดเจน จะไปแข่งอะไรกับเขา“นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า การจัดงานระดมทุนพรรค มิใช่เป็นการระดมการซื้อเสียง แต่การหาเสียงต้องใช้งบประมาณ ขนาดผู้สมัคร ส.ส. 1 คน ต้องใช้งบถึง 1.5 ล้านบาท เป็นงานเหนื่อยมากของผู้สมัคร โดยเฉพาะพรรคที่ตั้งใจส่งครบทุกเขต ถ้าส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต 375 คน และบัญชีรายชื่ออีก 125 คน ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 650 ล้านบาท







