
'อภิสิทธิ์'ปลดล็อกยุบสภา
ทิศทางการเมืองเริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเลือกตั้งใหม่ ก่อนจะแถลงว่า จะนำเรื่องทูลเกล้าฯ ให้มีการยุบสภาได้ไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค.
ทิศทางการเมืองเริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเลือกตั้งใหม่ ก่อนจะแถลงว่า จะนำเรื่องทูลเกล้าฯ ให้มีการยุบสภาได้ไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค.
นายอภิสิทธิ์ แถลงว่า ทราบดีว่าอาจจะมีเพื่อนนักการเมืองจากพรรคร่วมรัฐบาล หรือที่ไม่เห็นด้วย แต่ได้ตัดสินใจเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ตั้งแต่ต้นว่าควรมีการเลือกตั้งก่อนที่สภาจะครบวาระ และควรจะได้เลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสมเพื่อขจัดความไม่ชัดเจนและความอึมครึมต่อไป จึงขอยืนยันว่าสัปดาห์หน้าจะเริ่มต้นกระบวนการเร่งรัดการพิจารณากฎหมายต่างๆ เพื่อสอดรับกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แน่นอนว่าสัญญาณการยุบสภาที่ชัดเจนขณะนี้มาจาก 3 เงื่อนไขหลักของนายกฯ ที่ค่อยๆ คลายตัวลง ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจที่เดินหน้าไปได้ด้วยชุดนโยบายที่รัฐบาลทยอยออกมา รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ลุล่วง และสุดท้ายบรรยากาศการเมืองที่เริ่มคลี่คลายสะท้อนผ่านแกนนำแดงที่ทยอยมอบตัว
เปลาะสุดท้ายที่เหลืออยู่เวลานี้จึงเหลือเพียงแค่เงื่อนไขการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ล็อกให้นายกฯ ไม่อาจยุบสภาได้ ล่าสุด นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ในวันที่ 15-17 มี.ค. และลงมติในวันที่ 18 มี.ค. ส่วนทางวิปรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคลิปและวัตถุที่ใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเพื่อป้องกันไม่ให้สร้างวัตถุเท็จ บิดเบือนข้อมูลกับประชาชน
สำหรับการรับมือการอภิปรายฯ ครั้งนี้ ฝ่ายค้านตั้งป้อมเตรียมถล่ม ประเด็นทุจริต ปัญหาน้ำมันปาล์ม กรณีให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3จี ของทั้งสองหน่วยงานในสังกัด คือ บริษัท ทีโอที และ บริษัท กสท โทรคมนาคม การสลายการชุมนุมเสื้อแดง โดยเฉพาะกรณีเหตุการณ์เผาเซ็นทรัลเวิลด์และเหตุการณ์ที่วัดปทุมวนารามที่ฝ่ายค้านยืนยันว่า ทหารเป็นคนเผา หาใช่เสื้อแดงไม่
อีกด้านการชุมนุมใหญ่ของมวลชนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 12 มี.ค.นี้ ฝ่ายความมั่นคงคาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน พร้อมกับจับตาการปราศรัยของแกนนำว่าละเมิดคำสั่งศาลที่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ หากฝ่าฝืนก็เสนอให้ถอนประกันตัว โดยมอบให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ 24 ชม.
ขณะที่แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่หลบหนีคดีก่อการร้าย ตลอดช่วง 9 เดือน เริ่มทยอยเข้ามอบตัวกันทีละคน เริ่มตั้งแต่ นายวิสา คัญทัพ นางไพจิตร อักษรณรงค์ สองสามีภรรยา นายอดิศร เพียงเกษ นายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าการ์ดกลุ่ม นปช.
นายอดิศร เปิดเผยว่า การมอบตัวครั้งนี้เป็นการยอมถอยคนละก้าวเพื่อจับมือให้บ้านเมืองดีขึ้น และยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมชุมนุมวันที่ 12 มี.ค.นี้ ที่ผ่านมาไม่ได้หลบหนีออกไปต่างประเทศ ทั้งนี้นายอดิศรได้ขอยื่นหลักทรัพย์ 6 แสนบาทเพื่อขอประกัน
แนวร่วม นปช.ผู้นี้ เชื่อว่าความปรองดองจะเกิดขึ้นแน่ เช่น กรณีเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 นักศึกษาหนีเข้าป่า เมื่อออกมาก็ยังคุยกันได้ ประเทศไทยมีลักษณะพิเศษจะต่อสู้กันอย่างไรก็ยังจับมือคุยกันได้เหมือนเดิม เรื่องความสัมพันธ์และการปรองดองเป็นแนวทางที่ต้องทอดยาว ต้องฟื้นฟู แม้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะยังเห็นคนเสื้อแดงชูตีนตบขับไล่นายอภิสิทธิ์ตามที่ต่างๆ แต่ก็ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีที่โดนหนักกว่านี้
สอดรับกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ วาระแรกด้วยคะแนน 229 ต่อ 85 เสียง เนื้อหากฎหมายระบุว่า การจัดการชุมนุมที่กระทบต่อประชาชน ต้องมีหนังสือขออนุญาตจากตำรวจ และยังให้อำนาจศาลเป็นผู้ชี้ว่า การชุมนุมนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลังการลงมติ พรรคเพื่อไทยไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการโดยให้เหตุผลว่า กฎหมายฉบับนี้ได้ดึงโครงสร้างของศาลเข้ามาเกี่ยวข้องและมีแนวโน้มที่รัฐบาลจะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปราบปรามประชาชน
ปิดท้ายด้วยการเตรียมความพร้อมของแต่ละพรรคการเมืองในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์ ที่จัดงานระดมทุน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคระบุว่า สามารถระดมทุนได้ถึง 600 ล้านบาท
ตามติดด้วยพรรคชาติไทยพัฒนา ที่จัดงานระดมทุนใต้ชื่อ “รัก สามัคคี เพื่อพี่น้องไทย” ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งมีผู้จองเต็มแล้ว 120 โต๊ะ ตั้งเป้าว่าจะระดมทุนให้ได้ 90 ล้านบาท ส่วนพรรคภูมิใจไทย ประกาศเลื่อนงานระดมทุนที่จะจัดขึ้นในเดือน เม.ย.ออกไปก่อน







