
เราแข็งจนเปราะ เร่งเจาะหัวใจคนชั้นกลาง
แกนนำเสื้อแดงสรุปตรงกันว่า การชุมนุมใหญ่ปีที่แล้วแม้จะบอบช้ำ สูญเสีย แต่ก็เป็นชัยชนะที่ทำให้เสื้อแดงแตกหน่อมวลชนจนยิ่งใหญ่ทุกวันนี้ กระนั้น “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” หรือเต้น เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยอมรับว่าที่ผ่านมาเสื้อแดงเป็นขบวนการที่แข็งเกินไป ไม่ยืดหยุ่นพอที่จะรับกับเหตุเปลี่ยนแปลงได้
แกนนำเสื้อแดงสรุปตรงกันว่า การชุมนุมใหญ่ปีที่แล้วแม้จะบอบช้ำ สูญเสีย แต่ก็เป็นชัยชนะที่ทำให้เสื้อแดงแตกหน่อมวลชนจนยิ่งใหญ่ทุกวันนี้ กระนั้น “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” หรือเต้น เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยอมรับว่าที่ผ่านมาเสื้อแดงเป็นขบวนการที่แข็งเกินไป ไม่ยืดหยุ่นพอที่จะรับกับเหตุเปลี่ยนแปลงได้
“บางทีมันแข็งจนเปราะ ถ้าเรายืดหยุ่นเราจะรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย และเป็นประโยชน์ในการเคลื่อนไหว ขบวนของเราต้องหยุ่นเหนียวแล้วก็ไม่อ่อนนิ่ม จนไม่สามารถจะแสดงพลังได้ ”
หนุ่มเต้นไม่ขอยกกรณีใดขึ้นมาเป็นบทเรียน โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โยนวันเลือกตั้ง เดือน พ.ย. 2553 แลกกับให้เสื้อแดงยุติการชุมนุม ซึ่งครั้งนั้นแกนนำเสื้อแดงแตกเป็นสองปีก จนเป็นกรณีวิพากษ์มาถึงปัจจุบัน เขาบอกว่า ถ้าพูดวันนี้ก็เหมือนกับการแก้หวย เพียงแต่เราต้องสรุปบทเรียนว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร
ปัญหา “ความไม่เป็นเอกภาพ” ในหมู่แกนนำ ในช่วงที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่เขารับว่า ทำให้เสื้อแดงเป็นขบวนที่แข็งเกินไป ซึ่งการต่อสู้ในอนาคตมีบททดสอบอีกมากรออยู่ ดังนั้นแกนนำต้องปรับกระบวนท่าให้ยืดหยุ่น ละมุนละไม มีศิลปะในการขับเคลื่อน แต่บางเรื่องก็ต้องชนอย่างแข็งกร้าว ซึ่งส่วนตัวจะต่อสู้อย่างรื่นรมย์ ไม่เคร่งเครียด และอยากให้แกนนำหล่อหลอมความคิด ไม่เผชิญหน้าด้วยท่าทีแข็งกร้าวในทุกๆ สถานการณ์ เพราะไม่ใช่วิธีการที่ได้ผล
ณัฐวุฒิ ขยายความว่า เสื้อแดงจำเป็นต้องขยายแนวรบไปสู่คนชั้นกลางและพวกไม่มีสี ซึ่งยังมีอยู่จำนวนมาก ถึงแม้คนกลุ่มนี้ไม่ได้ยืนข้างเสื้อแดง แต่ส่วนหนึ่งเริ่มเห็นใจเรา ดังนั้นจะไปโกรธเขาไม่ได้
“เราจะชนะได้ก็ต่อเมื่อมีประชาชนเห็นด้วยมากขึ้นๆ มากพอจนเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงได้ เราไม่สามารถที่จะเอาชนะได้ด้วยการทำให้คนเสื้อแดงแกร่งกร้าวขึ้นแล้วก็เดินไปเพียงลำพัง แต่ถ้าเราสื่อสารโดยหวังแต่ว่าให้คนเสื้อแดงฟังแล้วสบายใจ สะใจ ให้คนเสื้อแดงฟังแล้วโอ้โห นี่คือใช่ สุดยอด แต่คนอีกกลุ่มไม่สามารถรับสาร รับเหตุผลที่เรากำลังเดินหน้าอยู่ได้ เราก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ”
ช่องทางสำคัญที่ณัฐวุฒิเห็นว่าจะทะลวงไปถึงคนหนุ่มสาวและคนชั้นกลางได้ก็คือการใช้สื่อใหม่ ซึ่งเขาพยายามใช้ลูกเล่นผ่านเครื่องมืออย่างไอโฟน ไอแพด และเปิดเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นแนวรบเพิ่มเติม โดยใช้เวลาว่างเข้าเว็บพันทิปตามห้องต่างๆ เพื่อดูพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ เขาสรุปว่า คนหนุ่มสาวไม่ได้ตั้งกำแพงกับเสื้อแดง แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะปรุงอาหารจานนี้ให้มีสีสันฉูดฉาดน่าสนใจแค่ไหน เพื่อดึงดูดคนชั้นกลางเหล่านี้
“เราต้องค้นหาวิธีอธิบายกับเขา ยอมแพ้ไม่ได้ เราต้องการการสนับสนุนจากคนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้”
แต่คนชั้นกลางในเมืองไม่ชอบการชุมนุมอยู่แล้ว ไม่ว่าเหลืองหรือแดง แล้วจะแก้อย่างไร?...“ก็ใช่ อย่างที่ผมบอก ถ้าจะหาเหตุผลที่จะปฏิเสธ มันมีเหตุผลเยอะ รถติด ช็อปปิ้งไม่ได้ ดูหนังไม่ได้ เยอะแยะไป แต่เราอย่าไปโกรธเขา ต้องมีหน้าที่เข้าไปในหัวใจเขา”







