
สึนามิกับความรู้สึกช้า
มหันตภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ ได้เกิดขึ้นอีกครั้งที่ประเทศญี่ปุ่น และเป็นแผ่นดินไหวครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปีที่เกิดกับประเทศนี้ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับหลายเมืองรวมทั้งกรุงโตเกียว
มหันตภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ ได้เกิดขึ้นอีกครั้งที่ประเทศญี่ปุ่น และเป็นแผ่นดินไหวครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปีที่เกิดกับประเทศนี้ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับหลายเมืองรวมทั้งกรุงโตเกียว
แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดยักษ์สูงกว่า 10 เมตรถล่มใส่หลายเมืองที่อยู่ติดชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือ
ในฐานะชาวไทยขอแสดงความเสียใจต่อชาวญี่ปุ่นทุกคน ที่ต้องเผชิญกับมหันตภัยจากธรรมชาติ และวิบากกรรมในครั้งนี้
หายนภัยของมนุษยชาติที่เกิดขึ้น คนทั่วโลกได้มีโอกาสรับรู้ข่าวสารอย่างรวดเร็ว และได้เห็นภาพพลังการทำลายล้างของธรรมชาติผ่านคลื่นยักษ์ กลืนกินอาคารบ้านเรือน รถยนต์ เรือ และผู้คน ผ่านการถ่ายทอดสดจากสื่อระดับโลก อาทิ ซีเอ็นเอ็น เอ็นเอชเค ซึ่งเกาะติดหายนะที่เกิดกับชาวโลกในครั้งนี้
น่าแปลกที่สื่อของรัฐทั้งโทรทัศน์วิทยุ หรือสื่อสาธารณะอย่างทีวีไทยที่ดำเนินการโดยงบประมาณโดยไม่ต้องพึ่งรายได้จากโฆษณา กลับให้คนสนใจกับสิ่งเหล่านี้น้อยกว่า
ทั้งที่มีคนไทยอยู่ในญี่ปุ่นมากถึง 5 หมื่นคน ทั้งที่ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ระดับสูงในทุกระดับ ทั้งที่สึนามิซึ่งเกิดขึ้นครั้งนี้ กำลังมีการขยายพื้นที่เข้าโจมตีพื้นที่ชายฝั่งแปซิฟิกในหลายประเทศ โดยได้มีการเตือนภัย 53 ประเทศและดินแดนแถบเอเชียแปซิฟิก อาทิ มาเก๊า ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นต้น ขณะที่ประเทศไทย มี 2 จังหวัดที่มีโอกาสได้รับผลกระทบคือ นราธิวาส และปัตตานี
ทั้งหมดทั้งปวงเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าแม้เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น แต่หาได้เป็นเรื่องไกลตัวคนไทยแม้แต่น้อย คนไทยในประเทศจึงให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความกังวล และทำได้ 2 ช่องทาง คือติดตามจากสื่อต่างประเทศ และสื่อในประเทศที่กลับกลายเป็นว่าเป็นสื่อของเอกชนแทบทั้งสิ้น
แม้กระทั่งการให้ข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐอย่างกระทรวงการต่างประเทศ หรือข้าราชการซึ่งเกี่ยวข้องกับการเตือนภัยที่ออกมาให้ข้อมูลต่างๆ ต่อประชาชน ยังต้องอาศัยช่องทางเผยแพร่ผ่านสื่อเอกชน โดยที่สื่อของรัฐกลับเสนอรายการอื่นตามผังรายการปกติ ราวไม่รับรู้ถึงหายนภัยของเพื่อนร่วมประชาคมโลก
อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่รัฐบาลควรกระทำยิ่งอีกประการคือ การจัดเตรียมทีมกู้ภัย ทีมแพทย์เข้าให้การช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นเยี่ยงมิตรประเทศที่ดีต่อกัน รวมทั้งจัดทีมขึ้นดูแลติดตามช่วยเหลือคนไทยกว่า 5 หมื่นคนในญี่ปุ่น รวมทั้งสื่อสารกับญาติคนไทยเหล่านั้นอย่างรวดเร็วฉับไว







