
แต่งตั้ง “นายอำเภอ”ข้ามห้วยผลประโยชน์-เตรียมการเลือกตั้ง
เป็นเรื่องเป็นราวกันอีกแล้วสำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายภายในกระทรวงมหาดไทยที่มีปัญหาความไม่โปร่งใส เรื่องการซื้อขายตำแหน่ง ปัญหาเด็กฝากนักการเมือง มาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริหารของ “ชวรัตน์ ชาญวีรกุล” รมว.มหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทยที่มี “เนวิน ชิดชอบ” แกนนำคนสำคัญกุมบังเหียนอยู่ โดยปัญหาที่เกิดขึ้นมีตั้งแต่การตั้งปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ รวมถึงการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ
เป็นเรื่องเป็นราวกันอีกแล้วสำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายภายในกระทรวงมหาดไทยที่มีปัญหาความไม่โปร่งใส เรื่องการซื้อขายตำแหน่ง ปัญหาเด็กฝากนักการเมือง มาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริหารของ “ชวรัตน์ ชาญวีรกุล” รมว.มหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทยที่มี “เนวิน ชิดชอบ” แกนนำคนสำคัญกุมบังเหียนอยู่ โดยปัญหาที่เกิดขึ้นมีตั้งแต่การตั้งปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ รวมถึงการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ
โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมามีการร้องเรียนในรูปแบบต่างๆเพื่อเปิดโปงในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นการถวายฎีกาที่ส่งผลให้ นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง ประกาศไม่รับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยมาแล้ว รวมถึงการยื่นผ่านคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค. ) จนมีคำสั่งให้มีการแต่งตั้งนายอำเภอ 41 ตำแหน่งเมื่อปี 2553 เป็นโมฆะมาแล้ว เพราะการสรรหาไม่ชอบธรรม มีการข้ามหัวลำดับอาวุโส ไม่เป็นไปตามความสามารถ โดยในครั้งนั้นมีเข้ารับการคัดเลือก 431 คน ปรากฎว่ากลับมีการแต่งตั้งกลับหัวกลับหางไม่มีการเรียงลำดับตามความสามารถตั้งแต่อันดับ 1- 41 แต่กลับมีการแต่งตั้งคนที่สอบได้อันดับเกือบท้ายให้เป็นนายอำเภอด้วย
ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยได้เปิดให้มีการคัดเลือกข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง (ระดับ 9) หรือที่เรียกง่ายๆว่า " นายอำเภอ” อีกครั้ง จำนวน 95 ตำแหน่ง แบ่งเป็นเพื่อแทนตำแหน่งนายอำเภอที่ถูกก.พ.ค.ยกเลิกไป 41 ตำแหน่ง และ ทดแทนข้าราชการเกษียณอายุและได้เลื่อนไปสู่ตำแหน่งอื่นในปี 2554 อีก 54 ตำแหน่ง โดยอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทยประกาศกติการการสรรหาแบบใหม่ที่ให้ข้าราชการจากกรมต่างๆ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยจำนวน 7 กรม เข้าร่วมการสรรหาด้วย อาทิ กรมที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมพัฒนาชุมชน แทนที่จะเป็นข้าราชการจากกกรมการปกครองเพียงอย่างเดียว เพราะตำแหน่งนายอำเภอ ถือเป็นงานนักปกครอง และข้าราชการจากรมการปกครองน่าจะมีความเชี่ยวชาญมากที่สุด เพราะเติบโตกับสายงานนี้มาก่อน
ทั้งนี้ นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้เหตุผลว่า เหตุที่ อ.ก.พ.กระทรวง ประกาศให้มีการสรรหาจากทุกกรมแบบนี้ มาจากการวินิจฉัยของ ก.พ.ค. ที่ต้องการให้เกิดมาตรฐานเดียวกันในการพิจารณา โดยทุกกรมเสนอชื่อมาให้คณะกรรมการพิจารณา 2 เท่าของตำแหน่งว่างคือประมาณ 190 คนต่อกรม เชื่อว่าการสรรหานายอำเภอ จะมีการผู้เข้ารับการคัดเลือกกว่า 1,000 คน
คำสั่งดังกล่าวสร้างความแรงกระเพื่อมในมหาดไทยทันที โดยเฉพาะในส่วนของกรมการปกครอง เมื่อ นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) ที่ออกอาการไม่เห็นด้วย โดยระบุว่า กรมการปกครองไม่ได้กีดกันแต่หากพิจารณาถึงความเชี่ยวชาญ และประโยชน์ต่อบ้านเมือง เห็นว่าตำแหน่งนายอำเภอควรมีลักษณะเฉพาะตัว เนื่องจากการเป็นนายอำเภอประเภทอำนวยการระดับสูงเป็นวิชาชีพ ถ้าคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาเป็นก็ลำบาก เพราะงานมีลักษณะเฉพาะตัว ต้องอาศัยความชำนาญในการทำงานมาก่อน อย่างไรก็ตามผลจากคำสั่งดังกล่าว มีข้อสังเกตตามมาหลายด้าน โดย
1.เป็นการสรรหาผิดขั้นตอน เพราะเป็นคำสั่งที่เหมือนฟ้าผ่าลงมาทำให้ผู้เข้าร่วมการสรรหานายอำเภอจำนวน 431 คนเดิมเมื่อปี 2553 ที่ต้องถูกยกเลิกไปเพราะกระบวนการสรรหาไม่ชอบเนื่องจากมีบางคนทำผิดกติกาต้องมีคู่แข่งมากขึ้นอีกหลายร้อยคน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทางกระทรวงต้องดำเนินการสรรหานายอำเภอ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกควรสรรหา 41 ตำแหน่งที่ว่างลงคำสั่ง ก.พ.ค.ก่อน โดยต้องเป็นการสรรหาจากข้าราชการที่มีคุณสมบัติเข้าสอบเมื่อปี 2552 จำนวน 431 คนเท่านั้น เพื่อเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน เสร็จแล้วจึงแต่งตั้งอีก 54 ตำแหน่งที่ว่างลง โดยให้ผู้มีคุณสมบัติจากปีที่แล้วและปีนี้มาสอบแข่งขันกัน เพราะหากกระทรวงยืนยันที่จะให้มีการสรรหาพร้อมกัน 95 ตำแหน่ง จะถือเป็นการละเว้นไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค. ถือเป็นการลิดรอนสิทธิของข้าราชการทั้ง 431 คนหรือไม่ การแต่งตั้งแบบนี้อาจจะเป็นการฟอกตัวให้กับนายอำเภอ 41 ตำแหน่งที่ถูกยกเลิกไปท่ามกลางข้อกล่าวหาว่ามีวิ่งเต้นเข้ากลับมาเป็นนายอำเภออีกครั้งอย่างชอบธรรม เพราะดูเหมือนว่ามีการแข่งขันที่เปิดกว้างแล้ว
2. เหตุผลด้านการเมือง เป็นที่รับรู้กันว่า อีกไม่นานนี้จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งนายอำเภอถือเป็นกลไกที่สำคัญที่สุดที่จะเข้าถึงประชาชนในพื้นที่เพราะสามารถคุมพื้นที่พูดคุยได้ทั้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตำแหน่งนายอำเภอย่อมเป็นที่ต้องการของฝ่ายการเมือง เพื่อที่จะให้คนของตัวเองลงไปคุมทิศทางการเลือกตั้งในพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปในทิศทางที่พรรคต้องการมากที่สุด การเปิดให้กรมอื่นๆเข้ามาสรรหาด้วย น่าจะเป็นการเปิดทางให้คนสนิทของตัวเองที่ยังอยู่ในหน่วยงานที่ไม่ใช่นักปกครองเข้ามาร่วมการสรรหาได้ เพราะมี ก.พ.ประทับตราความชอบธรรมให้แล้วว่าให้เป็นข้าราชการจากสายงานอื่นก็ได้
3. เรื่องผลประโยชน์ ที่มีข่าวลือหนาหูว่าการแต่งตั้งโยกย้ายแต่ละครั้งมีการวิ่งเต้นมากมายตั้งแต่หลักสิบถึงร้อยล้านบาท มากน้อยตามความสำคัญของตำแหน่ง เมื่อมีผู้เข้าแข่งขันมากมายหลายเท่าแบบนี้น่าคิดว่า ผลประโยชน์ใต้โต๊ะตรงนี้จะมากมายมหาศาลแค่ไหน ถ้าระบบการรับใต้โต๊ะยังไม่เคยมีใบเสร็จแบบนี้ เห็นทีว่าผู้มีอำนาจจะมีแต่ได้กับได้อย่างเดียว ถือว่าเป็นการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายหาประโยชน์ให้ตัวเองได้อย่างแยบยลมาก เพราะแน่นอนว่าตำแหน่ง นายอำเภอย่อมเป็นตำแหน่งที่ข้าราชการสิงห์คลองหลอดอยากเป็นอยู่แล้ว เพราะตำแหน่งมีน้อยและบางคนสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอไม่ได้ และหากเป็นนายอำเภอได้แล้วก็สามารถฝันที่จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดได้
อย่างไรก็ตามล่าสุดมีกระแสข่าวว่าตอนนี้กลุ่มนายอำเภอใน341 คนไม่พอใจกับคำสั่งดังกล่าว เพราะไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการสายปกครองที่ทำงานด้านนี้มาอย่างยาวนานแต่กลับถูกมือเปิบด้วยคำสั่งที่ไม่เป็นธรรมแบบนี้ โดยมีแนวโน้มว่าจะมีการยื่นคำร้องศาลปกครองให้ยกเลิกคำสั่ง อ.ก.พ.ด้วย
ทั้งนี้กระบวนการสรรหานายอำเภอจะใช้มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.เพื่อประกาศคุณสมบัติหลักเกณฑ์ต่างๆ โดยกรมการรับสมัคร ในวันที่ 7-18 มี.ค. และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการพิจารณาคัดเลือกในวันที่ 19 เม.ย. จากนั้นจะมีการสอบวิสัยทัศน์ เสนอผลงาน สอบสัมภาษณ์ และมีประกาศผลในวันที่ 13 พ.ค. ต้องติดอย่างใกล้ชิดว่าผลจะเป็นอย่างไร ใครเป็นใครจะได้รู้กันในวันนั้น







