
พท.เมินสังฆกรรมพรบ.คุมม็อบ
สภาฯป่วนไม่เลิก หลังรับหลักการร่างพ.ร.บ.คุมม็อบ ‘เพื่อไทย’ ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมเป็นกมธ. อ้างเป็นกม.เผด็จการ
สภาฯป่วนไม่เลิก หลังรับหลักการร่างพ.ร.บ.คุมม็อบ ‘เพื่อไทย’ ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมเป็นกมธ. อ้างเป็นกม.เผด็จการ
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติเสียงข้างมาก 229 ต่อ 85 รับหลักการในวาระที่ 1 ของร่างพ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ ควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะไม่ให้ไปจำกัดสิทธิของผู้อื่นๆและห้ามการชุมนุมโดยปิดสถานที่สำคัญ ซึ่งการจะจัดการชุมนุมผู้ชุมนุมต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบล่วงหน้า 72 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้การประชุมสภาฯได้เกิดเหตุความวุ่นวายเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ฉวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. ซึ่งพรรคเพื่อไทยโดยนายสุนัย จุลพงศธร สส.สัดส่วน ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าพรรคเพื่อไทยไม่ขอเข้าร่วมเป็นกมธ.วิสามัญ เพราะไม่เห็นด้วยกับการเสนอกฎหมายที่มีการดึงอำนาจศาลเข้าไปมาเกี่ยวข้อง และที่สำคัญการเสนอบุคคลเข้ามาทำหน้าที่กมธ.ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีปรากฎว่ามีการเสนอนายตำรวจเข้ามาเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นความไม่เหมาะสม
“ขอเรียกกฎหมายนี้ว่าเป็นกฎหมายฉบับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะการเสนอกฎหมายนี้เป็นลักษณะเผด็จการเพื่อเข้ามาจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุม” นายสุนัยกล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐสภาไม่เคยมีการตั้งชื่อกฎหมายเป็นบุคคล จึงเห็นว่าการพูดแบบนี้ของนายสุนัยเป็นความต้องการที่จะเสียดสีรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะไม่ยอมอีกแล้ว และหากใครไม่สบายใจเกี่ยวกับการดำเนินการเมื่อครั้งควบคุมการชุมนุมเมื่อปี2553 ก็ขอให้รอฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนเองในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงจะเอาออกมาเปิดเผยทั้งหมด
ต่อมา นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาฯในฐานะประธานควบคุมการประชุม กล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯข้อ 83 กำหนดให้การตั้งกมธ.วิสามัญต้องมีสัดส่วนจากทุกพรรคการเมืองที่มีสส.ดังนั้น คงต้องขอใช้บรรดทัดฐานเดียวกับด้วยการยกเว้นข้อบังคับข้อนี้เพื่อให้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.เดินหน้าไปได้เหมือนเมื่อครั้งมีการตั้งกมธ.เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคฝ่ายค้านได้ใช้เอกสิทธิ์ไม่ร่วมเป็นกมธ.







