posttoday
ธนาคารไปรษณีย์ซื้อใจรากหญ้าก่อนเลือกตั้ง

ธนาคารไปรษณีย์ซื้อใจรากหญ้าก่อนเลือกตั้ง

07 มีนาคม 2554

ความฝันของรัฐบาลที่จะให้มีการตั้งธนาคารรายย่อยเพื่อประชาชน โดยใช้รูปแบบของกรามีนแบงก์ในประเทศบังกลาเทศ  

ความฝันของรัฐบาลที่จะให้มีการตั้งธนาคารรายย่อยเพื่อประชาชน โดยใช้รูปแบบของกรามีนแบงก์ในประเทศบังกลาเทศ  

โดย...ทีมข่าวการเงิน

ความฝันของรัฐบาลที่จะให้มีการตั้งธนาคารรายย่อยเพื่อประชาชน โดยใช้รูปแบบของกรามีนแบงก์ในประเทศบังกลาเทศ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มรากหญ้าเข้าถึงแหล่งเงินกู้ มีโอกาสที่จะมีกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเอง เป็นที่มาของธนาคารไปรษณีย์ ที่กระทรวงการคลัง และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ต้องร่วมมือกันดำเนินการ

ธนาคารไปรษณีย์ซื้อใจรากหญ้าก่อนเลือกตั้ง

แต่เรื่องนี้ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ขยับเข้ามาเป็นโต้โผเร่งให้มีการจัดตั้งธนาคารไปรษณีย์ให้สำเร็จ โดยให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาถือหุ้น 100% ชื่อ บริษัท สินเชื่อ ไปรษณีย์ไทย (สปณ.) มีทุนประเดิม 50 ล้านบาท โดยมีนายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ อดีตรองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานกรรมการ

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา รมว.คลังเชิญประชุมผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ และมีนโยบายที่ชัดเจนออกมาว่า ธนาคารรายย่อยแห่งใหม่นี้จะให้ปล่อยกู้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ให้ปล่อยกู้ประชาชนรายละ 1 หมื่นบาท คิดดอกเบี้ย 2% และผู้กู้จะต้องรวมกลุ่ม 3 คนมาร่วมค้ำประกันไขว้

ในเบื้องต้นจะให้ปล่อยกู้นำร่องใน 10 จังหวัด คือ เชียงใหม่ พิษณุโลก ศรีสะเกษ อุดรธานี อ่างทอง สระแก้ว ตาก ปัตตานี สตูล และกรุงเทพฯ

นั่นคือสิ่งที่ รมว.คลังให้นโยบายไว้ แล้วจะเอาเงินจากไหนมาเป็นแหล่งเงินทุนในการปล่อยกู้ เรื่องนี้ไม่ยาก นายกรณ์ให้ใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.

นั่นคือคำสั่งทางสื่อ เพราะทั้งผู้บริหารจากธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. ยังไม่ได้รับนโยบายอย่างเป็นทางการให้ทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุนให้กับ สปณ. และจะต้องให้กู้เป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้ รวมทั้งเงื่อนไขการกู้เงินกระทรวงการคลังจะค้ำประกันให้หรือไม่หากเป็นหนี้เสีย

แนวคิดการตั้งธนาคารรายย่อยนี้ เป็นแนวคิดที่ดี แต่การจะตั้งควรจะทำการศึกษาให้รอบคอบเสียก่อน เพราะรายละเอียดต่างๆ ยังไม่มีอะไรเลย รวมทั้งพนักงานที่จะเข้าไปให้บริการกับประชาชนนั้นจะใช้พนักงานไปรษณีย์ที่รู้จักชาวบ้านทุกตรอกซอกซอยไปเก็บหนี้รายวันเหมือนธนาคารออมสิน แต่พนักงานก็ไม่ได้มีความรู้ในด้านการเงินมากจนสามารถที่จะเลือกลูกค้าที่ปล่อยกู้ให้

แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทยเปิดเผยว่า กรามีนแบงก์ของบังกลาเทศ ที่ไม่มีหนี้เสียมาก เพราะพนักงานธนาคารเข้าไปอยู่ใกล้ชิดในชุมชน ช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหา แต่พนักงานไปรษณีย์รู้จักลูกค้าเพียงผิวเผิน ไม่ได้มีความถนัดในด้านการเงิน ทางธนาคารใหม่จะใช้พนักงานที่มีอยู่เดิมออกมาอบรมให้มีความรู้ด้านการเงิน หรือจะรับเข้าไปใหม่ก็ไม่มีความชัดเจน

ส่วนการทำธุรกิจแบบปล่อยกู้ขาเดียวระบบไอที ก็ไม่ยุ่งยากมากนัก แต่ถ้าหากทำมากกว่านี้ก็จะต้องมีการวางระบบ Core Banking ซึ่งจะใช้ร่วมกับธนาคารออมสิน หรือไปขอใช้ของ ธ.ก.ส.ก็คงไม่ได้ เพราะระบบอาจจะแตกต่างกัน ต้องลงทุนใหม่ ซึ่งเงินทุนประเดิม 50 ล้านบาทคงไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ หากไม่เข้าไปคลุกคลีในชุมชน หากกลุ่มคนรวมกันตั้งใจที่จะโกง ธนาคารจะทำอย่างไรได้ ไล่ฟ้องก็ไม่คุ้มต้องตัดหนี้เสีย และหากคิดดอกเบี้ยตามที่ รมว.คลังกำหนดคือ 2% ต่อเดือน ก็เท่ากับ 24% ต่อปี ซึ่งก็นับว่าสูง

“รูปแบบการให้บริการนั้นอย่าลืมว่าเป็นการปล่อยกู้ให้กับคนที่มีรายได้ต่ำ ถ้ามองในแง่ผู้ปล่อยกู้ ก็ถือว่าคนที่มีรายได้น้อยก็มีความเสี่ยงสูงและยังไม่มีหลักประกัน เป็นการปล่อยกู้ในรูปค้ำประกันไขว้ 3 คนขึ้นไป เมื่อมีความเสี่ยงสูงก็ต้องคิดอัตราดอกเบี้ยในระดับที่เหมาะสม แต่เชื่อว่าจะต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบแน่นอน” รมว.คลัง กล่าว

“จริงๆ แล้ว บริษัท ไปรษณีย์ไทย เป็นรัฐวิสาหกิจที่ดีและมีกำไรสูง มีการปรับตัวเองตลอดเวลาจนอยู่ได้ เมื่อการส่งจดหมายลดลง ก็ปรับตัวไปเน้นการให้บริการรับส่งสินค้าตามออร์เดอร์ หรือโอท็อป แต่การที่รัฐให้ไปรษณีย์ไปทำธุรกิจที่ไม่ถนัดเหมือนกับจะทำให้รัฐวิสาหกิจที่ดีกลายเป็นรัฐวิสาหกิจที่เลวลง” แหล่งข่าวเปิดเผย

ดังนั้น การให้ตั้ง สปน.ขึ้นมาซึ่งจะเป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของบริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) จัดตั้งตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2553 โดยมีทุนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 50 ล้านบาท โดย ปณท. ถือหุ้น 100% มุ่งเน้นดำเนินธุรกิจด้านการเงินการธนาคาร การให้สินเชื่อ โดยมีกลุ่มเป้าหมายประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าเส้นความยากจน ประชาชนที่มีรายได้เท่ากับอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ และประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน น่าจะเป็นเรื่องประหลาด

ปัจจุบันการจัดตั้ง สปณ.อยู่ระหว่างกระบวนการจัดเตรียมการยื่นขออนุญาตจากกระทรวงการคลังผ่าน ธปท. เพื่อประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงินควบคู่ไปกับกระบวนการจัดตั้งบริษัทและกำหนดแนวทางการดำเนินงานปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด

หากคิดด้วยเหตุด้วยผล ถ้ารัฐบาลต้องการให้มีการตั้งธนาคารรายย่อยจริงๆ กระทรวงการคลังสามารถขอใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งธนาคารใหม่เป็นธนาคารเฉพาะกิจเลยก็ได้ ทำไมจะต้องให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย ทำธนาคารรายย่อย ซึ่งไม่น่าจะไปด้วยกันได้

และที่มีการเร่งนโยบายนี้ให้ออกมาเร็วๆ และมีผลหลังเลือกตั้งนั้น มีเรื่องคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์แอบแฝงหรือไม่ เป็นสัญญาหน้าฝนถ้ากลับมาเป็นรัฐบาลแล้วจะเดินหน้าต่อ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท