
คนทั้งประเทศอาลัยหลวงตามหาบัว
นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ.สกลนคร นับเป็นพุทธศาสนิกชนผู้หนึ่งที่เป็นชาว อ.หนองหาร จ.อุดรธานี ที่มีความอาลัยหลวงตามหาบัว บอกว่า ในช่วงว่างเว้นจากการปฏิบัติหน้าที่ก็จะเดินทางไปยังวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อมากราบไหว้หลวงตามหาบัวด้วยความเคารพเลื่อมใสศรัทธา เพราะท่านเป็นพระผู้มีจริยวัตรอันงดงาม สมเป็นอริยสงฆ์
นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ.สกลนคร นับเป็นพุทธศาสนิกชนผู้หนึ่งที่เป็นชาว อ.หนองหาร จ.อุดรธานี ที่มีความอาลัยหลวงตามหาบัว บอกว่า ในช่วงว่างเว้นจากการปฏิบัติหน้าที่ก็จะเดินทางไปยังวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อมากราบไหว้หลวงตามหาบัวด้วยความเคารพเลื่อมใสศรัทธา เพราะท่านเป็นพระผู้มีจริยวัตรอันงดงาม สมเป็นอริยสงฆ์
“พลันที่ผมได้รับทราบข่าวการละสังขารของหลวงตามหาบัว ในเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ 30 ม.ค. ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจึงเกิดคลื่นน้ำตา ที่พรั่งพรูไหลออกมา ผมไม่ทราบจริงๆ ว่ามักเกิดจากความศรัทธา ตื้นตัน หรือเกิดจากเหตุปัจจัยอันใดที่ทำให้ผมเป็นเช่นนี้ หากแต่สำนึกหนึ่งที่เกิดภายหลังจากที่ได้รับรู้ก็คือ เราได้สูญเสียปูชนิยบุคคลที่สำคัญทางพุทธศาสนาลงไปอีกท่านหนึ่งแล้ว” ผวจ.สกลนคร กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า
ทั้งนี้สิ่งที่หลวงตาได้สร้างไว้ เป็นอนุสรณ์เตือนใจของพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ นอกเหนือจากเรื่องที่คนไทยรับรู้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็คือ การทอดผ้าป่า เพื่อช่วยเหลือประเทศ ซึ่งท่านได้เป็นจุดศูนย์กลางในการยึดเหนี่ยว จนกระทั่งสามารถระดมเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศกว่า 1 หมื่นล้านบาทเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติ และแม้กระทั่งในวาระสุดท้ายของชีวิต ก่อนที่หลวงตาจะละสังขาร หลวงตาก็ยังสำนึกถึงประเทศชาติ สำนึกถึงความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศชาติ
นางอรุณี บกสุวรรณ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 บ้านนาพญา ต.นาพญา อ.หลังสวน จ.ชุมพร บอกว่า ด้วยความศรัทธาในตัวท่านจึงเดินทางมาจาก จ.ชุมพร เพื่อมากราบสรีระสังขารหลวงตาที่วัดป่าบ้านตาด หลังจากนั้นได้เดินทางตามรอยหลวงตามาที่วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งทุกสัปดาห์หลวงตาจะเดินทางมาเพื่อกราบไหว้อัฐิของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และยังมีกุฏิหลวงตาที่สร้างอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์อัฐบริขารหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ใช้พักในช่วงที่เดินทางมา
“ครอบครัวเลื่อมใสศรัทธาหลวงตามหาบัวเกิดจากการได้รับฟังรายการเสียงธรรมของหลวงตามหาบัวในสถานีวิทยุในท้องถิ่น จึงเดินทางมากราบไหว้ สรีระสังขารของหลวงตาก่อนที่จะมีงานพระราชทานเพลิงในวันที่ 5 มี.ค.นี้” นางอรุณี กล่าว
นางระบอบ ช่างการ อายุ 70 ปี มาจากตลิ่งชัน กรุงเทพฯ บอกว่า หลังจากฟังคำสอนและยึดแนวทางปฏิบัติของหลวงตามหาบัว และนั่งสมาธิ ทำให้เดี๋ยวนี้ใจเย็น พูดกับลูกก็ไม่ทะเลาะกันแล้ว ฟังเขาอย่างเข้าใจมากขึ้น
“ก่อนหน้าเป็นคนใจร้อนมาก คุยกับลูกๆ มักจะทะเลาะกันเป็นประจำ แต่เมื่อยึดแนวทางปฏิบัติของหลวงพ่อทำให้ใจเย็นและยอมรับฟังลูกๆ” นางระบอบ กล่าว
นางสายใจ ศิริกัณฑ์ อายุ 55 ปี ชาวเพชรบูรณ์ บอกว่า มีความศรัทธาหลวงตามหาบัวมานานแล้ว หลวงตาจะมีคำสั่งสอนที่ดีๆ ให้กับลูกศิษย์เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและสามารถนำเอาธรรมต่างๆ ไปใช้ได้ หลังจากที่ตนได้รับทราบข่าวการละสังขารของหลวงตาตนก็ได้เดินทางมาเพื่อตั้งโรงทานตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. เพื่อเป็นการระลึกถึงหลวงตามหาบัว และจะกลับในวันที่ 7 มี.ค.นี้
แม่ชีบุญชู สายนภา อายุ 37 ปี ชาวสกลนคร บอกว่า บวชชีที่วัดป่าบ้านตาดมาได้ 5 ปีแล้ว เพราะต้องการศึกษาธรรมะ จึงได้ศึกษาพระสายปฏิบัติ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังได้รับคำสั่งสอนจากหลวงตามหาบัว และปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้ทราบข่าวการละสังขารของหลวงตามหาบัวตนเท่านั้นที่เศร้าใจ แม่ชีอีกจำนวนหนึ่งรู้สึกเสียใจไม่แพ้กัน แต่คำสอนของหลวงตาที่สอนไว้ไม่ให้ยึดติด การเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องของธรรมชาติ ทุกคนต้องเจอ จึงต้องหมั่นทำบุญไว้เมื่อถึงวันนั้นจะได้ไม่ทรมาน
น.ส.เพ็ญนภา คล้องดี อายุ 22 ปี ชาวกรุงเทพฯ บอกว่า ตั้งใจเดินทางมาเพื่อกราบสรีระหลวงตามหาบัว เพราะมีความเลื่อมใสศรัทธาในหลวงตา โดยเฉพาะโครงการผ้าป่าช่วยชาติ และตั้งกองทุนต่างๆ เพื่อช่วยประชาชน ร่วมถึงการสร้างวัด โรงพยาบาล โรงเรียน ตามที่ต่างๆ ซึ่งตนเองก็ชอบในการเข้าวัดฟังธรรมะ ถ้ามีเวลาว่างพ่อกับแม่ก็จะพามาทำบุญที่วัดป่าบ้านตาดแห่งนี้
นายโสมพงษ์ รามาศักดิ์ อายุ 52 ปี ชาวอินเดีย กล่าวว่า ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย 30 ปีแล้ว เป็นคนชอบทำบุญ และเมื่อ 4 ปีที่แล้วได้รู้จักโครงการผ้าป่าช่วยชาติของหลวงตามหาบัว ซึ่งได้นำเงินสดและทองคำเข้าร่วมบริจาค รู้สึกเสียใจที่พระที่มีคุณงามความดีอย่างหลวงตาได้ละสังขารไปอย่างรวดเร็ว
“แต่ท่านก็ได้ฝากคำสั่งสอนทางธรรมะไว้ให้ลูกศิษย์ได้จดจำไปใช้ปฏิบัติ เพื่อให้ดำรงชีวิตอย่างไม่ประมาท ซึ่งชาวพุทธทุกคนควรยึดปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่าน” นายโสมพงษ์ กล่าว







