posttoday
ห้องเครื่องฝ่ายค้าน..ขุนพลถล่มปาล์ม

ห้องเครื่องฝ่ายค้าน..ขุนพลถล่มปาล์ม

05 มีนาคม 2554

นี่เป็นการทุจริตนโยบายของแท้ ฝ่ายค้านจึงต้องหาผู้กระทำผิดและมีเจตนาทุจริตคอร์รัปชันออกมาให้ประชาชนได้เห็นด้วยเหตุผลและหลักฐาน โดยเราจะเชื่อมโยงให้เห็นถึงโครงข่ายของการปั่นราคาในครั้งนี้

นี่เป็นการทุจริตนโยบายของแท้ ฝ่ายค้านจึงต้องหาผู้กระทำผิดและมีเจตนาทุจริตคอร์รัปชันออกมาให้ประชาชนได้เห็นด้วยเหตุผลและหลักฐาน โดยเราจะเชื่อมโยงให้เห็นถึงโครงข่ายของการปั่นราคาในครั้งนี้

โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

ปัญหาน้ำมันปาล์มเป็นไฮไลต์เด็ดที่พรรคเพื่อไทยเตรียมงัดมาถล่มพรรคประชาธิปัตย์ในศึกซักฟอกครั้งสั่งลา พลพรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าเรื่องปาล์มๆ นี้จะกระเทือนพรรคประชาธิปัตย์หนักยิ่งกว่ากรณี ส.ป.ก.4-01 ครั้งอื้อฉาวที่รัฐบาลชวนต้องม้วยมรณาในอดีต

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย รับบทหนักในศึกซักฟอกครั้งนี้ เมื่อเขาเป็นเลขานุการรวบรวมข้อมูลการอภิปรายทั้งหมดภายใต้การคุมทีมของ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

ห้องเครื่องฝ่ายค้าน..ขุนพลถล่มปาล์ม

แต่อีกบทบาทหนึ่ง เขาเป็นตัวหลักที่จะอภิปรายเรื่อง "ทุจริตน้ำมันปาล์ม" ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวดังมหากาพย์ให้กับประชาชนทั้งประเทศได้รับรู้ ทว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ "หนุ่มป๊อบ" ที่ต้องทำหน้าที่ครั้งยิ่งใหญ่ในบทบาทตรวจสอบรัฐบาลในเวทีสภา เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เขาได้ขึ้นเวทีอภิปรายรัฐบาลอภิสิทธิ์และก็ได้รับคำชมว่า เป็นนักการเมืองหนุ่มที่น่าจับตา

"ผมกำลังเห็นแสงสว่างของความสำเร็จจากข้อมูลของเราที่มีอยู่ เพราะหลายเรื่องเราไม่เคยมีพื้นที่ในการนำเสนอมาก่อนหน้านี้ และเรื่องนี้ก็มีหลักฐาน มีใบเสร็จชัด"

ในฐานะผู้อำนวยการสำนักปราบโกงของพรรคเพื่อไทย เขาบอกว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จนพ่อค้าแม่ขายต้องเดือดร้อน เป็นกระบวนการหาผลประโยชน์อย่างเป็นระบบในรัฐบาล ทั้งผู้กำหนดนโยบายนักการเมือง นายทุน สส. ยิ่งกว่าการทุจริตนโยบายครั้งใด

ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มทำให้สินค้าที่มีวัตถุดิบที่ทำมาจากปาล์มทั้งหมดมีราคาสูงขึ้น 20%เพราะน้ำมันปาล์มหายาก ซึ่งลึกๆ แล้วมาจากการปั่นราคาและการหาผลประโยชน์กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

ข้อกล่าวหาของ น.อ.อนุดิษฐ์ คือ "มีการใช้นโยบายเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ทำให้น้ำมันปาล์มในตลาดของประเทศหายไป โดยผลประโยชน์ตกไปสู่กระบวนการที่เป็น 'ต้นน้ำ' ที่มีการบิดเบือนราคา จนนำไปสู่ราคาน้ำมันปาล์มที่เพิ่มสูง"

"ถ้าให้มองภาพง่ายๆ ถึงการบริหารจัดการน้ำมันปาล์มของประเทศ ต้องเข้าใจก่อนว่าน้ำมันปาล์มที่ผลิตขึ้นมาจากสวนปาล์มน้ำมันต่างๆ ระบบการปลูกปาล์มทั้งวงจร มันเป็นระบบปิด คือ ผลิตในประเทศและใช้เองในประเทศ ส่วนที่เหลือถึงนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น เช่น การส่งออก

ภายในกระบวนการดูแลน้ำมันปาล์ม จะมีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวงที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ต้นน้ำคือ การปลูกปาล์ม กลางน้ำ คือ การผลิต ส่วนปลายน้ำ คือ การออกมาเป็นสินค้า รัฐบาลจึงตั้งคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่มี สุเทพเทือกสุบรรณ รองนายกฯ เป็นประธาน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในวงจรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ได้รับผลประโยชน์ตามสัดส่วนที่ควรจะได้รับ

...เช่น เกษตรกรที่ปลูกปาล์มก็สามารถผลิตผลปาล์มสด ขายได้ในราคาที่เหมาะสม ตรงกลางคืออุตสาหกรรม สามารถนำวัตถุดิบคือตัวปาล์มสด ออกมาผลิตเป็นน้ำมันปาล์มดิบนำมาสู่การกลั่นใส ก่อนจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ปลายน้ำทั้งหมด ทั้งตัวโรงงานอุตสาหกรรมเอง ผู้ขาย ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าเองก็จะได้รับในราคาที่เหมาะสม สุดท้ายปลายทางพี่น้องประชาชนก็จะได้บริโภคน้ำมันปาล์มและสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นที่ใช้ปาล์มน้ำมันที่ผลิตในประเทศในราคาที่เหมาะสมเช่นกัน"

ขุนพลนาปาล์ม ขยายความว่า หากการผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศเราเหลือเฟือ นั่นหมายถึงว่าไม่ควรจะเกิดปัญหาการขาดแคลนขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการปาล์มน้ำมันฯ ที่จะต้องกำกับให้การบริหารจัดการน้ำมันปาล์มมีความเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ แต่ว่าในปีนี้ปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มดิบในประเทศไทยมีมากกว่าปีที่แล้วขณะที่อัตราบริโภคยังเท่าเดิม แต่การบริหารจัดการของรัฐบาลที่ผิดพลาด จึงทำให้น้ำมันปาล์มดิบในปีนี้ที่มีมากกว่าปีที่แล้วต้องขาดแคลน!!

เหตุที่น้ำมันปาล์มดิบหายไป ก็เพราะคณะกรรมการปาล์มน้ำมันฯ ไม่ได้สนใจเรื่องการควบคุมสต๊อกน้ำมันให้มีระดับที่เหมาะสม

ห้องเครื่องฝ่ายค้าน..ขุนพลถล่มปาล์ม

"คณะกรรมการปาล์มน้ำมันฯ ได้ปล่อยให้สต๊อกของน้ำมันลดลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าไปสู่จุดที่ต่ำสุด คือ สต๊อกเหลือศูนย์ในเดือน ธ.ค. 2553 ทั้งที่คณะกรรมการปาล์มน้ำมันฯ ย่อมรู้ดีว่า ในวงจรชีวิตของปาล์มจะมีผลผลิตปาล์มสดน้อยในช่วงเดือนพ.ย.-มี.ค. ซึ่งในห้วงเวลาดังกล่าวควรต้องรักษาระดับสต๊อกไว้ให้เพียงพอ เพื่อใช้เป็นอาวุธของรัฐบาลในการที่จะเข้าไปแทรกแซงกรณีที่เกิดการกักตุนหรือการปั่นราคา แต่รัฐบาลกลับไม่ดูแล ปล่อยให้การควบคุมสต๊อกไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น จนในที่สุดอาวุธที่รัฐบาลมีไว้เพื่อต่อสู้กับพ่อค้าก็หายไป ไม่สามารถไปสู้รบ แล้วราคาของระบบก็ถูกดันสูงขึ้นผลที่ตามมา คือ มีการกักตุนทำให้ราคาปาล์มในประเทศสูงขึ้น"

แม้รัฐบาลจะมีข้อโต้แย้งด้วยเหตุผลมากมายอย่างไร แต่คณะกรรมการปาล์มน้ำมันฯ ก็มีหน้าที่โดยตรงที่จะนำเข้าน้ำมันปาล์ม หากเห็นว่าสต๊อกของน้ำมันปาล์มลดลง แล้วอาจจะมีปัญหาตามมาการนำเข้านั้นก็จะทำให้พ่อค้าไม่กล้ากักตุน แต่การปล่อยกระบวนการทั้งระบบให้เข้าสู่สภาพหลังพิงฝาและใช้วิธีการแก้ไขด้วยการเพิ่มราคาของน้ำมันปาล์ม จึงไม่ใช่การแก้ไขที่ถูกต้อง"

ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายค้านจะพุ่งเป้า คือ ข้อกล่าวหาที่ว่าคนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำธุรกิจในวงจรปาล์ม มีส่วนได้รับประโยชน์จากการปั่นราคา และใครคือเจ้าพ่อปาล์มรายใหญ่ที่ฟันกำไร?

"เรื่องนี้ต้องดูพื้นที่การปลูกปาล์มเสียก่อนขณะนี้พื้นที่ปลูกปาล์มมี 4-5 ล้านไร่ แต่พื้นที่ปลูกปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้วมีประมาณ 3.5 ล้านไร่ ในจำนวนนี้เกษตรกรรายย่อยที่เป็นเจ้าของสวนปาล์ม5, 10, 15 ไร่ ก็ว่าไป แต่ในส่วนของเกษตรกรรายใหญ่ที่มีพื้นที่เพาะปลูกปาล์มเป็นหมื่นๆ ไร่ จะมีความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองทั้งสิ้นรวมไปถึงใครที่เป็นเจ้าของสวนปาล์มขนาดใหญ่ ก็จะเป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมด้วย นั่นก็คือโรงหีบปาล์ม"

น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า ปัจจุบันเรามีโรงหีบปาล์ม60 กว่าแห่ง แต่ใช่ว่าจะมีเจ้าของแยกกัน 60 โรงเพราะโรงหีบบางแห่งมีโรงสกัดน้ำมันปาล์มหลายโรงอยู่ในมือด้วย ซึ่งก็เป็นผู้ที่มีความสำคัญต่อวงจรปาล์ม ไม่ว่าการเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อผลปาล์มสดกับเกษตรกร ในขณะที่สวนปาล์มของตัวเองนั้นก็รับมาในราคาต้นทุนการผลิต ซึ่งปีนี้กระทรวงเกษตรฯ ให้ราคาต้นทุนไว้ 2.79 บาท ต้นทุนตรงนี้จึงเป็นต้นทุนคงที่ของโรงหีบปาล์มเหล่านี้ ฉะนั้นการใช้ตัวเลขการรับซื้อผลปาล์มเพื่อกำหนดราคาน้ำมันปาล์มดิบ จึงเป็นการบิดเบือนทางราคาที่น่าเกลียดมาก

"นี่เป็นการทุจริตนโยบายของแท้ ฝ่ายค้านจึงต้องหาผู้กระทำผิดและมีเจตนาทุจริตคอร์รัปชันออกมาให้ประชาชนได้เห็นด้วยเหตุผลและหลักฐาน โดยเราจะเชื่อมโยงให้เห็นถึงโครงข่ายของการปั่นราคาในครั้งนี้"

มันส่อให้เห็นทุจริตชัดเจน?"มันเข้าข่ายอยู่แล้วเพราะเป็นการบริหารผิดพลาด ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มสูงขึ้น  นำไปสู่ความเสียหายหลายพันล้าน ยังเป็นการปล้นเงินจากกระเป๋าของประชาชนด้วย"

ยิ่งกว่ากรณี ส.ป.ก. ไหม? "ผมอยากให้ประชาชนเป็นคนตัดสินจากข้อมูลดีกว่า ว่ามันจะมากกว่า ส.ป.ก.4-01 หรือไม่อย่างไร มันจะมีความสัมพันธ์กับก๊วนเดิมที่เคยมีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับส.ป.ก. หรือไม่ ตรงนี้เป็นวิจารณญาณของผู้ฟัง"

"แน่นอน การอภิปรายมันคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ แต่สิ่งที่เราคาดหวัง คือ การนำข้อมูลมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ ถ้าฝ่ายค้านนำข้อมูลที่ถูกต้องและรัฐบาลชี้แจงไม่ได้ ประชาชนก็จะตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า ฉะนั้นการทำหน้าที่ตรงนี้สำคัญมากๆ และจะเป็นการต่อสู้กันด้วยหลักฐานข้อมูลและเหตุผลจริงๆ"

นักรบเอฟ 16

อดีตนักบินขับไล่เอฟ 16 ของกองทัพอากาศไทยคนนี้ ถือว่าผ่านชีวิตการบินที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะได้เข้าสู่กระบวนการการฝึกทั้งในและต่างประเทศ ครบถ้วนตามมาตรฐานนักบินขับไล่ทั่วโลก

ห้องเครื่องฝ่ายค้าน..ขุนพลถล่มปาล์ม

น.อ.อนุดิษฐ์ เป็นผู้บังคับฝูงบินเอฟ 16 ได้ไปทำหน้าที่ผู้บังคับฝูงในการฝึก Red Flag ที่สหรัฐอเมริกา และเป็นนักบินไทยคนแรกที่บินเครื่องบินรบที่ใช้สัญลักษณ์ธงชาติไทยบนเครื่องบินในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2546

"เราบรรลุจุดสูงสุดของชีวิตนักบินเรียบร้อยคือ การได้เป็นผู้บังคับฝูงบิน เวลานั้นถือว่าเป็นฝูงบินที่ดีที่สุด 1 ใน 3 ของกองทัพอากาศไทยแต่หลังจากเราติดยศเป็นนาวาเอกอยู่ในกองบัญชาการกองทัพอากาศ ก็กลับมาทบทวนว่า ตกลงจะทำงานต่อบนเส้นทางการเป็นข้าราชการการบิน หรือจะออกมาเป็นนักการเมืองที่เราคิดใฝ่ฝันตั้งแต่เป็นเด็ก จึงตอบโจทย์ตัวเองโดยลาออกมาเล่นการเมือง"

ประสบการณ์ที่เฉียดตายในชีวิตนักบินคือ ในช่วงที่ฝึกบินในพื้นที่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา อากาศยานได้สูญเสียการควบคุม แต่เดชะบุญ แก้ไขได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด

"เครื่องบินเอฟ 16 เป็นเครื่องบินที่ใช้คอมพิวเตอร์คอนโทรล ฉะนั้นพอมันสูญเสียการควบคุม มันจะตัดการทำงาน แล้ว

คอมพิวเตอร์มันจะมาบังคับเครื่องเอง แต่การบังคับของมันไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้เข้าสู่การควบคุมได้ ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นแมนวล นักบินเป็นคนแก้ไขเอง ครั้งนั้นก็พยายามแก้ไขตั้งแต่ความสูง 3.6 หมื่นฟิตจนแก้ได้ที่ระดับ 6,000 ฟิต ซึ่งถ้ามันต่ำไปกว่านั้น เราก็ต้องสละอากาศยาน ...จริงๆแล้วในชีวิตของนักบินขับไล่ รับรองว่าแต่ละคนมีเรื่องของตัวเองเยอะแยะมากมาย คือเล่า 3 วันก็ไม่จบ"

ประสบการณ์นักบินได้สอน น.อ.อนุดิษฐ์อย่างมาก เขาเปรียบว่า นักการเมืองกับนักบินมีกรอบคิดคล้ายกัน คือ ต้องมีเหตุผลมีการวางแผน และมีแผนสำรอง รู้จักการแก้

ปัญหาเฉพาะหน้าให้ทันท่วงที อย่างการเมืองไทยก็มีหลายมิติ มีการเปลี่ยนแปลงเป็นพลวัต สามารถที่จะสลับปรับเปลี่ยนความแน่นอนเป็นไม่แน่นอนได้ตลอดเวลา ฉะนั้นการที่อยู่ได้ต้องใช้หลักเหตุผล

แน่นอน เพื่อนรักของ น.อ.อนุดิษฐ์ จึงหนีไม่พ้น น.ต.ศิธา ทิวารี นักบินการเมืองอดีต สส.ไทยรักไทย ซึ่งทั้งคู่ก็มีผู้ใหญ่ที่เคารพคนเดียวกันคือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้คุมทิศทาง กทม.ในพรรคเพื่อไทยปัจจุบัน อภิปรายครั้งนี้สงสัยต้องใช้อาวุธหนัก"ระเบิดนาปาล์ม" ถล่มรัฐบาลมั้ง? เจ้าตัวหัวเราะ พลางว่า "ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและไม่ได้คิดจะไปตอดเล็กตอดน้อย"

สาแหรก"นาครทรรพ"

น่าจะเป็นครอบครัวที่ชื่นมื่นที่สุด เพราะน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพมีลูกดกถึง 5 คน คนโตอายุ 7 ขวบ คนเล็กล่าสุดเพิ่งเบิ่งตาดูโลกไม่ถึงเดือน คอนเซปต์การตั้งชื่อลูกทั้ง 5 น่าสนใจไม่เบา

ห้องเครื่องฝ่ายค้าน..ขุนพลถล่มปาล์ม

"ลูกชายคนโตเกิดตอนที่เรารับราชการอยู่ตอนนั้นเรารู้สึกว่าลูกคนนี้ออกมา เราต้องดูแลเขาอย่างดีเหมือนเราดูแลเจ้านาย ก็ตั้งใจชื่อเขาว่า 'เจ้านาย' ลูกสาวคนที่สองเกิดมาเป็นผู้หญิงมีผิวพรรณผ่องใสสวยงาม เราก็เรียก

เขาว่า "เจ้าหญิง" ในเทพนิยาย พอลูกคนที่สาม คนนี้เกิดมาเหมือนผู้หญิงเลยทั้งผิวพรรณ หน้าตา รูปร่างก็หล่อไม่เบา เลยตั้งชื่อว่า "เจ้าชาย" ส่วนคนที่สี่ก็คิดว่า น่าจะพอแล้วน่าจะเจ้าหน้าเจ้าหลังก็เลยเป็น 'จันทร์เจ้า' เพราะเป็นลูกผู้หญิงและสวย

...แต่สุดท้ายก็มีคนที่ 5 จนได้ (หัวเราะ) แต่ก็เป็นลูกสาวคนที่ 5 ที่ถือว่า มีความสุขสุดๆเหมือนกับการที่เราได้พวกเขามาแต่ละคนแต่จริงๆ ตอนที่น้องเขาอยู่ในท้องแม่ เมื่ออัลตราซาวด์รู้ว่าเป็นผู้หญิง เจ้าทโมนทั้งสี่ก็เรียกกันเองว่า "เจ้างาม" คนนี้ก็เลยไม่ต้องตั้ง สรุปมีหญิง 3 ชาย 2

แซวว่า แสดงว่าไม่เครียดซิถึงมีลูก 5 คน เจ้าตัวเขินเล็กน้อยก่อนแจง

"ผมเป็นลูกที่มาจากครอบครัวใหญ่คือ แม่มีลูก 6 คน ผมเป็นคนที่สอง ภรรยาผมเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทย ก็มาจากครอบครัวใหญ่ เขาก็มีพี่น้อง 5 คนดังนั้นมันอาจจะผิดไปจากชีวิตครอบครัวของคนในรุ่นนี้ที่มีลูกน้อย แต่ครอบครัวผมคงจะมีบรรยากาศแบบครอบครัวไทยสมัยโบราณที่คุณปู่ คุณย่า ยังอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ขณะนี้ที่ยังดูแลหลานๆ อยู่

สาแหรก "นาครทรรพ" เริ่มจากคุณทวดพระยาอดุลเดชสยามเมศวรภักดีวิริยพาหะ (อุ้ย นาครทรรพ) เป็นเจ้าเมืองหลายเมืองในภาคอีสาน เช่น เจ้าเมืองนครพนม เจ้าเมืองอุดรธานีและเป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร ส่วนคุณปู่นพ.อ้วน นาครทรรพ เป็นเสรีไทยสายอีสาน เป็นผู้แทนอุดรธานีอยู่ 3 สมัย มาถึงบิดา น.ต.ฐิตินาครทรรพ เป็นอดีตเลขาธิการพรรคสามัคคีธรรมสมัย รสช.

"ในครอบครัวเราอาจจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ไม่เหมือนกัน แต่จุดยืนที่เหมือนกันคือ ทั้งคุณ ผม และคุณอา ปราโมทย์ นาครทรรพ ที่ตอนนั้นเคยอยู่ฝ่ายพันธมิตร แต่ความเหมือนคือ เราทำงานการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชน ส่วนคุณพ่อแม้จะมีมุมมองและวิธีการทางการเมืองที่ต่างกัน แต่ท่านก็ให้กำลังใจผมมาก"

แม้จะวุ่นเรื่องการงาน ตรวจสอบรัฐบาลจนหัวยุ่ง แต่ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องกับชีวิตครอบครัว

"เรามีภารกิจรัดตัวทำงานแบบ 7 วัน แต่ช่วงเวลาเล็กๆ ที่มีเวลา เพราะเราจะแวบกลับบ้านเสมอ ไม่ว่าเหลือแค่ 2-3 ชั่วโมง ก็จะกลับไปเล่นพูดคุยกับลูกๆ เพราะเช้าๆ เวลาเราตื่นนอนมามันเป็นกำลังใจอย่างยิ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท