
มาร์คฉุนจี้ลุยปราบยาเสพติด
นายกรัฐมนตรี ฉุน แก้ปัญหายาเสพติด 2 ปีไม่คืบ จี้ผู้ว่าฯเร่งแก้ ลั่นหากพื้นที่ใดละเลย ต้องรับผิดชอบ
นายกรัฐมนตรี ฉุน แก้ปัญหายาเสพติด 2 ปีไม่คืบ จี้ผู้ว่าฯเร่งแก้ ลั่นหากพื้นที่ใดละเลย ต้องรับผิดชอบ
เมื่อเวลา 08.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงหมาดไทย ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ครั้งที่ 4 ในประเด็น เรื่อง "การแก้ไขปัญหายาเสพติด" เพื่อติดตามการปฏิบัติงานตามมติครม.ของส่วนราชการ และรับฟังปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น รวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา นครศรีธรรมราช สมุทรปราการ และนนทบุรี
โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ประชาชนทุกข์ใจมากในทุกสมัย เป็นปัญหาที่ใหญ่มากและเรื้อรัง และต้องบอกว่าคงไม่ใช่เฉพาะสังคมไทย สังคมไทยที่มีปัญหานี้ ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนคือ ทำอย่างไรไม่ให้ปัญหานี้ทำลายทั้งครอบครัว ลูกหลาน ทำลายสังคม และสุดท้ายทำลายความมั่นคงของประเทศ เชื่อว่ารัฐบาลทุกยุค ทุกสมัย พยายามแก้ไขปัญหานี้ แต่แนวทางการแก้ไขปัญหาก็จะแตกต่างกันไป รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญใน 2 ประเด็น คือ การแก้ไขปัญหาแบบครบวงจร คือ เราจะสนใจเป็นพิเศษในเรื่องของการปราบปราม แต่แท้จริงแล้วถ้าเราไม่สนใจเรื่องของการป้องกัน ไม่ให้ลูกหลาน ครอบครัวของเรามีความเข้มแข็ง ไม่มีทางหมดไป เราก็ทราบกันดีคนที่มาค้าขายในเรื่องนี้มีแรงจูงใจมหาศาล และตราบเท่าที่มีความต้องการในสังคม ปัญหานี้ย่อมไปหมดไป ทั้งนี้ 2 ปีที่ผ่านมาตัวเลขของการจับกุมก็สูง และที่สำคัญที่ให้ประเมินตลอดไม่ใช่จับแต่รายเล็กรายน้อย แต่ปล่อยให้รายใหญ่จริงๆ ลอยนวลอยู่ จากสถิติ 2 เดือนที่ผ่านมา การจับกุมถ้าดูจากปริมาณที่ยึดได้ จำนวนคนที่ถูกจับ
นอกจากจะดูว่า จับได้มากขึ้น ยังเป็นการจับรายที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงการเอาจริงเอาจังกับเครือข่ายที่ค้ายาเสพติด อย่างในเรือนจำเราทำอย่างจริงจัง จนบางครั้งเกิดความวุ่นวายขึ้นมา มีผู้ที่เสียผลประโยชน์ ทำมา 2 ปี คงจำได้ที่ตนแถลงผลงานในช่วง 2 ปียอมรับว่า ยังไม่พอใจในเรื่องนี้ เหตุที่ยังไม่พอใจในเรื่องนี้ เหตุเพราะประชาชนไม่พอใจ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนมาตลอดว่า ปัญหายาเสพติดยังมีระบาดอยู่ มีการพัฒนาไป เข้ามายุ่งเกี่ยวกับลูกหลานจำนวนมาก ดังนั้นในช่วงปลายปี 2553เราก็มีการเข้มงวดกวดขังมากขึ้นการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงมหาดไทยเอง ได้มีการมอบนโยบายให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ตนย้ำว่ารัฐบาลเอาจริงกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด
ทั้งนี้ ถ้ามีหน่วยงานส่วนกลางจากกระทรวงยุติธรรม ที่มีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) ร่วมเข้าไปตรวจค้นสถานที่มั่วสุมเสพยาเสพติดแล้วพบว่าในท้องที่มีการปล่อยปละละเลยในพื้นที่ต้องรับผิดชอบ และตอนนี้ในหลายพื้นที่ก็มีการสอบสวนกันอยู่ และตนยืนยันผบ.ตร.เอาจริง แต่ในที่สุดไมมีทางที่เอาชนะปัญหาได้หากปล่อยมือ จึงขอความกรุณาทุกท่านและประชาชนช่วยตื่นตัวเรื่องนี้ตลอดเวลา เพราะหากเราทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็จะแก้ไขปัญหานี้ได้







