
สมัชชาอปท.ชง4ข้อปฏิรูปท้องถิ่นลดเหลื่อมล้ำ
สมัชชา อปท.ชง 4 ข้อปฏิรูปท้องถิ่นลดความเหลื่อมล้ำ เสนอตั้ง สภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ สร้างเอกภาพ อปท. จี้ถ่ายโอนให้เสร็จภายในปี 2560
สมัชชา อปท.ชง 4 ข้อปฏิรูปท้องถิ่นลดความเหลื่อมล้ำ เสนอตั้ง สภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ สร้างเอกภาพ อปท. จี้ถ่ายโอนให้เสร็จภายในปี 2560
ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ได้มีการจัดเวที “ฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่น สู่การอภิวัฒน์ประเทศไทย” ที่จัดโดย สมัชชาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อการปฏิรูป เป็นวันสุดท้าย โดยมีผู้แทน อปท. เพื่อรวบรวมข้ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการปกครองท้องถิ่น เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ให้กับ นพ.ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ
1.ข้อเสนอด้านกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ โดยเสนอให้มีประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ เพื่อการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการบริหารจัดการราชการส่วนท้องถิ่น โดยกำหนดให้มี “สภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ” เพื่อเป็นกลไกสร้างความเป็นเอกภาพให้กับการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น โดยต้องมี “สำนักงานสภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ” เป็นสำนักงานเลขานุการให้กับสภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ และให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 4 รูปแบบคือ เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ โดยต้องให้อำนาจหน้าที่อปท. ทุกประเภทจัดบริการสาธารณะได้ตามสถานะการเงินการคลังของตนเองได้ ซึ่งรัฐบาล คณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขกฎ ระเบียบ ประกาศ และ คำสั่ง ที่เป็นอุปสรรคต่อความเป็นอิสระของอปท.ให้หมด
2. ข้อเสนอด้านการถ่ายโอนภารกิจ ที่ต้องเน้นความสำคัญขององค์กรผู้จัดทำบริการที่เป็น “เจ้าของพื้นที่” หรือ อปท. ให้มีบทบาทนำและมีความสามารถในการจัดบริการสาธารณะให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการภายในชุมชนท้องถิ่นมากที่สุด โดยต้องมีการตรากฎหมายว่าด้วยการถ่ายโอนภารกิจให้แก่อปท. และกำหนดระยะเวลาการถ่ายโอนภารกิจของหน่วยงานราชการให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในปี 2560 หากรัฐไม่ดำเนินการ อปท. ใช้กลไกต่างๆ ที่มีอยู่ผลักดัน เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐสภา ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น
3. ข้อเสนอด้านการเงินการคลังท้องถิ่น ต้องเพิ่มความเป็นอิสระทางการเงินคลังของอปท. โดยต้องมีการปรับปรุงฐานภาษีที่มีอยู่เดิม เช่น ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือน และการขยายฐานรายได้ใหม่ๆ ที่จะต้องแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งการจัดสรรรายได้ต้องเป็นธรรม โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้แก่อปท.เพิ่มขึ้นทุกปี จนให้ได้สัดส่วนไม่น้อยกว่า35% ภายใน 5 ปี (นับตั้งแต่ปีงประมาณ 2555 ) และต้องมีการประกันรายได้แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท สำหรับพื้นที่ที่มีความยากลำบาก งบประมาณที่จัดสรรต้องตรงไปที่อปท. โดยตรง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปยังแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง
4.ข้อเสนอด้านการจัดความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับท้องถิ่น โดยต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตรวจสอบและรับรองผลที่เกิดขึ้นมากที่สุด ในทุกกระบวนการ ทุกขั้นตอน ของการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยเฉพาะในระดับพื้นที่ รวมทั้งการดำเนินกิจการของท้องถิ่นให้เป็นรูปธรรมและยอมรับได้ทางสังคมวัฒนธรรมในพื้นที่ พร้อมที่จะวิวัฒน์ประชาชนสู่ความเป็นพลเมืองในที่สุด







