
รวบมือปืนยิงเสี่ยกาแฟลาวิต้า
ตำรวจจับแล้วมือปืนยิงเฮียสมชายนักธุรกิจกาแฟลาวิต้า ผู้ต้องหาสารภาพสิ้นคิด ทำวางแผนเองทั้งหมดหวังตอบแทนบุญคุณเสี่ยโอ้ยผู้มีพระคุณ
ตำรวจจับแล้วมือปืนยิงเฮียสมชายนักธุรกิจกาแฟลาวิต้า ผู้ต้องหาสารภาพสิ้นคิด ทำวางแผนเองทั้งหมดหวังตอบแทนบุญคุณเสี่ยโอ้ยผู้มีพระคุณ
พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) แถลงผลเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์สืบสวนนครบาลจับกุมมือปืน-ผู้ร่วมขบวนการยิงนายสมชาย เหลืองตระกูล เจ้าของธุรกิจกาแฟสำเร็จรูปลาวิต้า เสียชีวิต เหตุเกิดในสวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 9 เมื่อวันที่ 22ก.พ. ท้องที่ สน.วัดพระยาไกร
ผู้ต้องหา 2 คนคือนายพยนต์ หรือฟลุ๊ค รัตนเดชา อายุ 29 ปีคนยิง อยู่บ้านเลขที่454/45 ซอยวัดไผ่เงิน แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. นายณัฐวุฒิ หรือโอม ศาสนาไทย อายุ 19 ปีคนขี่รถจักรยานยนต์พานายพนต์หลบหนีหลังก่อเหตุ อยู่บ้านเลขที่ 454/35 ซ.ประดู่ 11/1 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม.
ตำรวจจับกุมตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมของกลางรถจักรยายนต์ทะเบียน ษขง 861-กทม. รถยนต์เซฟโรเล็ตสีดำ ทะเบียน ฎฬ -6497 กทม. เงินสด 17,920 บาท ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับอีกรายคือนายเอฟ โรจนประดิษฐ์ อายุ 22 ปี ทำหน้าที่ตามประกบแกะรอยเหยื่อและคนชี้เป้า อยู่ระหว่างการหลบหนี
พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า ตำรวจจับ2คนร้ายขณะกบดานในโรงแรมไดมอนรีสอร์ท อ.เมือง จ.มหาสารคาม สำหรับมูลเหตุจูงใจมากจากความขัดแย้งทางธุรกิจระหว่างผู้ตายกับ นักธุรกิจคนหนึ่ง (เฮียโอ้ย) ซึ่งเป็นลูกพี่ของนายพยนต์ และถือเป็นผู้มีพระคุณของมือปืน จึงชักชวนเพื่อนอีก 2 คนลงมือเพราะต้องการล้างแค้นแทน และมีการโอนเงินให้กับกลุ่มผู้ต้องที่เพื่อใช้ในการหลบหนี
นายพยนต์ รับสารภาพว่า เป็นคนยิงผู้ตายมีนายณัฐวุฒิ เป็นผู้ขี่จักรยานยนต์พาหนีหลังเกิดเหตุ และนายเอฟ เป็นคนชี้เป้าและตามแกะรอยเหยื่อ มีการวางแผนก่อนลงมือและเฝ้าดูผู้ตายมาประมาณ 1 เดือนเศษ และรับเงินจากเฮียโอ้ย เป็นค่าใช้จ่ายจำนวน 200,000 บาท แบ่งให้นายเอฟ 50,000 บาท และนายณัฐวุฒิ 30,000 บาท
"พวกผมทำกันเองไม่มีใครเป็นคนจ้างวานเพราะต้องการทดแทนบุญคุณเฮียโอ้ยเพราะเค้ามีปัญหากับเฮียสมชาย ผมรักเฮียโอ้ยและนับถือเขามากเพราะ เขาให้อาชีพผมทำกินถือเป็นผู้มีพระคุณคนหนึ่งที่ผมต้องทดแทน" นายพยนต์มือปืนกล่าวอย่างไม่สะทกท้าน.







