
จับตา2สัปดาห์ได้บอร์ดทีโอที
อารีพงศ์ยอมรับบอร์ดทีโอทีพิการ อนุมัติโครงการฟ้องเอไอเอสไม่ได้ เร่งคลังสรรหาทันที
อารีพงศ์ยอมรับบอร์ดทีโอทีพิการ อนุมัติโครงการฟ้องเอไอเอสไม่ได้ เร่งคลังสรรหาทันที
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า คณะกรรมการทีโอทีอยู่ระหว่างการเสนอให้กระทรวงการคลังสรรหากรรมการใหม่แทนผู้ที่ลาออกไป 7 คน ทำให้ขณะนี้มีกรรมการเหลืออยู่เพียง 5 คน ไม่ครบองค์ประชุมไม่สามารถทำงานได้ โดยกระบวนการคัดสรรจะใช้เวลา 2 สัปดาห์
“ขณะนี้กรรมการที่เหลืออยู่ไม่สามารถอนุมัติโครงการ หรือออกมติเพื่อฟ้องร้อง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส จากการแก้ไขสัญญาสัมปทาน 7.4 หมื่นล้านบาทได้” นายอารีพงศ์ ระบุ
สำหรับสาเหตุที่กรรมการลาออกจำนวนมากนั้น นายอารีพงศ์ ระบุว่า เนื่องจากเป็นกรรมการที่มาจากภาคเอกชน เห็นว่าการฟ้องร้องมีความเสี่ยง และไม่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายจึงลาออกไป
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทีโอที ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงการคลังตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงหาผู้รับผิดทางแพ่งจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานไปเป็นภาษีสรรพสามิตก่อนวันที่ 26 ก.พ. 2254 ซึ่งครบ 1 ปี หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำตัดสิน
ส่วนการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งก็จะต้องรอความเห็นของคณะกรรมการเจรจาที่มีนางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธานพิจารณาก่อน
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า มีความกังวลที่คณะกรรมการทีโอที ทยอยลาออกอย่างต่อเนื่อง เพราะส่งผลกระทบต่อโครงการ 3จี ทั่วประเทศที่กลุ่มสามารถเป็นผู้ชนะการประมูลซึ่งต้องล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากต้องรอบอร์ดอนุมัติการเซ็นสัญญาจ้างให้กลุ่มสามารถดำเนินการ
ทั้งนี้ กลุ่มสามารถเข้าร่วมประมูลในนามกิจการร่วมค้าเอสแอล คอนซอร์เตียม ประกอบด้วย กลุ่มสามารถ ล็อกซเล่ย์ หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) โนเกีย และซีเมนส์ ชนะการประมูลในราคา 1.67 หมื่นล้านบาท หรือต่ำกว่าราคากลาง 6%
แหล่งข่าวจากบริษัท ล็อกซเล่ย์ เปิดเผยว่า สิ่งที่กังวลขณะนี้คือไม่รู้ว่าจะมีการเซ็นสัญญาและจะได้ติดตั้งโครงข่ายเมื่อใด เนื่องจากจะต้องสั่งและนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคมจากต่างประเทศ และทุกอย่างขึ้นอยู่กับบอร์ดทีโอทีเท่านั้น ซึ่งที่ทราบขณะนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างทาบทามบอร์ดชุดใหม่อยู่
อย่างไรก็ตาม ล็อกซเล่ย์ ไม่ได้กังวลในส่วนของข้อครหาว่าการประมูลไม่โปร่งใส เนื่องจาก ทีโอที ได้ชี้แจงต่อศาลปกครองทุกข้อหา และศาลได้ยกฟ้องไปแล้ว และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.ได้มีความเห็นแล้วว่า กิจการร่วมค้าเอสแอล คอนซอร์เตียม นั้นไม่เข้าข่ายอยู่ในกลุ่มดำเนินธุรกิจแบบเดียวกันกับทีโอที
แหล่งข่าวจาก ทีโอที กล่าวว่า การเซ็นสัญญาโครงการ 3 จีที่ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ถือเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงมาก แต่การที่บอร์ดจะครบองค์ประชุมหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็น เนื่องจากบอร์ดต้องพิจารณาทีละประเด็นๆ ซึ่งที่ผ่านมาบอร์ดให้ความสำคัญเรื่องการดำเนินการกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส มากกว่า เพราะเป็นนโยบายของกระทรวงไอซีที
อย่างไรก็ตาม ทีโอทีต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในเรื่องของการเซ็นสัญญา ถึงแม้ว่าการประมูลโครงการดังกล่าวจะถูกต้องตามขั้นตอนและสามารถตรวจสอบได้ แต่ ทีโอที ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งในเรื่องของการฟ้องร้อง และขอคำชี้แจงจาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือสตง. ด้วย
สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ ผู้ชนะประมูลจะต้องติดตั้ง ระบบโครงข่ายหลัก (คอร์ เน็ตเวิร์ก) จำนวน 1 ระบบ ระบบสถานีฐาน (ยูทีอาร์เอเอ็น) จำนวน 4,772 แห่ง ระบบสื่อสัญญาณ (ทรานสปอร์ต เน็ตเวิร์ก) ระบบบริการจัดการโครงข่าย (โอเอสเอส) จำนวน 1 ระบบ ระบบบริการเสริมพื้นฐาน (VAS) จำนวน 1 ระบบ ระบบสนับสนุนการให้บริการ (Business Support System)จำนวน 1 ระบบ รวมทั้งการติดตั้งอุปกรณ์และการจัดเตรียมสถานที่ (Site Preparation) และ อุปกรณ์สนับสนุนและบำรุงรักษาโครงข่ายด้วย







