
ขู่จับดะกักตุนสุเทพสั่งตำรวจฟันขายปาล์มเกินราคา
“สุเทพ” สั่งตำรวจจับทันที ถ้าพบขายน้ำมันปาล์มเกิน 47 บาท ระบุโทร.คุยเจ้าของห้าง เร่งแก้ปัญหาจัดจำหน่าย
“สุเทพ” สั่งตำรวจจับทันที ถ้าพบขายน้ำมันปาล์มเกิน 47 บาท ระบุโทร.คุยเจ้าของห้าง เร่งแก้ปัญหาจัดจำหน่าย
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ เปิดเผยถึงปัญหาการแย่งชิงน้ำมันปาล์ม ทันทีที่ห้างสรรพสินค้าวางจำหน่ายแบบไม่จำกัดจำนวนที่ จ.พิษณุโลก ว่า ภาพที่ออกไปไม่ส่งผลดีต่อรัฐบาล เมื่อไม่จำกัดจำนวนซื้อ ก็ซื้อไปตุนเพื่อขาย ฉวยโอกาสในสถานการณ์เช่นนี้
ทั้งนี้ จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ให้ตำรวจทุกท้องที่ทั่วประเทศไปตรวจสอบ หากพบว่ามีใครนำน้ำมันที่ระบุวันที่ผลิตจากทุกโรงงานหลังวันที่ 22 ก.พ.เป็นต้นมา ทั้งน้ำมันปี๊บ น้ำมันถุง ไปขายต่อในราคาที่แพงกว่าลิตรละ 47 บาท ให้จับกุมได้ทันที รวมทั้งกรณีที่น้ำมันขาดตลาด ให้ร้องเรียนโดยตรงมาที่ตัวเอง รมว.พาณิชย์ หรือตำรวจให้ดำเนินคดีได้ทันที
นายสุเทพ กล่าวว่า ได้ให้โรงงานผลิตเต็มกำลังการผลิต ซึ่งทางโรงงานได้ยืนยันว่าจะผลิตทั้งแบบขวด ถุง และปี๊บให้ได้ตามที่กำหนด ส่วนการกระจายน้ำมันปาล์มในห้างร้านที่ยังติดขัด ขณะนี้ตนได้โทรศัพท์ไปคุยกับประธานบริษัทด้วยตัวเองแล้ว กรณีที่ห้างเทสโก้ โลตัส บางสาขาไปติดป้ายซึ่งเขียนข้อความว่า ที่ไม่มีน้ำมันปาล์มขายเป็นเพราะนโยบายของรัฐบาลเปลี่ยนวิธีจำหน่าย เรื่องนี้ได้แก้ไขแล้ว หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มฯ
“ในฐานะประธานคณะกรรมการปาล์ม จะตรวจสต๊อกน้ำมันทุก 15 วัน และจะประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ให้ถี่ขึ้น รับรองว่าจะไม่ให้ขาดอีกแน่นอน และดูแลว่าให้เกษตรกรได้ราคาดี” นายสุเทพ กล่าว
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ส่วนการกระจายน้ำมันปาล์มจุกสีชมพู ล่าสุดกรมได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร ให้ช่วยสอดส่องดูแลไม่ให้มีการลักลอบนำน้ำมันปาล์มจุกสีชมพูออกนอกราชอาณาจักร หรือลักลอบไปขายตามตะเข็บชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
รวมทั้งมีหนังสือแจ้งไปยังผู้ค้าปลีกค้าส่งให้นำน้ำมันปาล์มออกจำหน่ายตามปกติ เนื่องจากมีการร้องเรียนว่ามีผู้ค้าบางรายนำน้ำมันปาล์มไปจำหน่ายโดยไม่ผ่านช่องทางปกติครั้งละจำนวนมาก กระทบต่อระบบการจำหน่ายน้ำมันปาล์มในระบบ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ คือ จำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
น้ำมันถั่วเหลือจ่อปรับราคาขึ้นขวด 49 บาทก่อนปรับขึ้นตามต้นทุนจริง ด้าน“พาณิชย์” เปิดทางนมขึ้นราคา พร้อมจับตาลักลอบปาล์มจุกชมพูออกชายแดน
รายงานข่าวจากวงการผู้ค้าน้ำมันถั่วเหลือง แจ้งว่า ผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองได้แจ้งขอให้กรมการค้าภายในพิจารณาปรับขึ้นราคาน้ำมันถั่วเหลือง 2 ระยะ คือ ระยะแรก ให้มีการปรับขึ้นราคาทันทีจากขวดละ 46 บาท เป็น 49 บาท เพื่อปรับโครงสร้างราคาน้ำมันพืชให้เหมาะสม เพราะปกติน้ำมันถั่วเหลืองมีคุณภาพดีกว่าจะแพงกว่าน้ำมันปาล์ม แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันปาล์มแพงกว่าลิตรละ 1 บาท ทำให้คนแห่ซื้อน้ำมันถั่วเหลืองมากจนเกิดการขาดแคลน ดังนั้นจึงขอปรับราคาขึ้นไปใกล้เคียงกับปี 2551 ที่ตอนนั้นน้ำมันปาล์ม 47.50 บาท น้ำมันถั่วเหลือง 49 บาท ส่วนระยะต่อมาขอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาปรับขึ้นตามต้นทุนแท้จริง เพราะตอนนี้ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปรับขึ้นแล้วกว่า 13%
นางวัชรี กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันถั่วเหลืองได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบสต๊อกแล้ว
ของผู้ผลิต เพื่อให้รับทราบว่าปัจจุบันมีสต๊อกเท่าไร ต้นทุนเดิมเท่าไร รวมถึงผลกระทบราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกที่สูงขึ้น และนำข้อมูลเสนอให้ รมว.พาณิชย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พิจารณาแนวทางการดูแลราคา เพราะแม้ราคาถั่วเหลืองสูงขึ้นจริง แต่ผู้ผลิตไม่ได้รับผลกระทบทั้ง 100% บางรายมีสต๊อกเก่า หรือต้นทุนถั่วเหลืองที่รับซื้อจากเกษตรกรในประเทศรวมอยู่ด้วย จึงต้องวิเคราะห์ต้นทุนให้รอบด้านก่อนการปรับขึ้นราคา
สำหรับการปรับขึ้นราคาสินค้านม ล่าสุดทางผู้ผลิตนมสดพร้อมดื่มได้เตรียมขอปรับราคาขายปลีกเข้ามาอีกรอบ หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติขึ้นราคาน้ำนมดิบอีกกก.ละ 1 บาท จาก 17 บาท เป็น 18 บาท จึงให้ทางผู้ประกอบการจัดทำข้อมูลผลกระทบการขึ้นน้ำนมดิบที่มีต่อต้นทุนให้กรมพิจารณา และหลังจากนั้นนำเสนอ รมว.พาณิชย์ เพื่อรับทราบแนวทางการดูแล ก่อนที่จัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาต้นทุนและราคานมผงและผลิตภัณฑ์นม เพื่อพิจารณาผลกระทบและความจำเป็นของการขึ้นราคา ดังนั้นในช่วงนี้ขอให้ผู้ผลิต รับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรเป็นปกติ อย่าอ้างกระทรวงพาณิชย์ไม่ยอมให้ขึ้นราคา และไปบีบเกษตรกรต่ออีกทาง
++รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การพิจารณาขึ้นราคานมสดพร้อมดื่ม กระทรวงฯยังไม่ได้รับรายงานว่าได้ขอขึ้นราคามาเท่าไร เพราะกำลังรอข้อมูลต้นทุนจากภาคเอกชนอยู่ หลังจากที่ผ่านมา ครม.มีมติให้ปรับขึ้นราคาน้ำนมดิบแล้ว 2 รอบ รอบแรกช่วง ก.ย. 2553 ปรับจาก กก.ละ 16.50 บาท เป็น 17 บาท แต่ช่วงนั้นผู้ผลิตบางส่วนยังบริหารต้นทุน และให้ความร่วมมือตรึงราคา กับล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2554 ครม. มีมติให้ขึ้นเป็น 18 บาท ซึ่งเป็นผลกระทบต่อต้นทุนมาก จึงได้ให้จัดทำผลกระทบ และการปรับขึ้นราคามารอบเดียว เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน







