
ยางร่วงนักเก็งกำไรขาดทุนยับ
แค่สัปดาห์เดียวยางพาราปรับลดลงเกือบ 20 บาท จากราคาพุ่งแตะกว่า 180 บาทต่อกิโลกรัม เหลือกว่า 160 บาท ส่งสัญญาณเตือนเกษตรกร “อย่าตกใจ”
แค่สัปดาห์เดียวยางพาราปรับลดลงเกือบ 20 บาท จากราคาพุ่งแตะกว่า 180 บาทต่อกิโลกรัม เหลือกว่า 160 บาท ส่งสัญญาณเตือนเกษตรกร “อย่าตกใจ”
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
แค่สัปดาห์เดียวยางพาราปรับลดลงเกือบ 20 บาท จากราคาพุ่งแตะกว่า 180 บาทต่อกิโลกรัม เหลือกว่า 160 บาท ส่งสัญญาณเตือนเกษตรกร “อย่าตกใจ” พวกถูกน็อกคือกลุ่มนายทุนที่กว้านซื้อเก็งกำไรหวังปั่นราคา 200 บาทต่อกิโลกรัม
ทรงธรรม จั่นทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาสงเคราะห์ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) บอกว่า ราคายางพาราลดลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันพุธที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 1 มี.ค. ซึ่งบางวันลดลงถึง 9 บาท หรือบางวันลดลงถึง 12 บาท ทำให้สัปดาห์เดียวลดลงกว่า 20 บาท จากก่อนหน้านี้ราคายางพาราพุ่งกว่า 180 บาทต่อกิโลกรัม ตอนนี้เหลือกว่า 160 บาทต่อกิโลกรัม
“ปัจจัยสำคัญที่ราคายางมีแรงกดดันจากผู้ประกอบการในประเทศชะลอซื้อ เพราะปริมาณสินค้าค้างในโรงงานจำนวนมาก สาเหตุจากจีนและอินเดียชะลอการซื้อยางจากไทย โดยให้เหตุผลว่าราคาสูงเกินไป จึงหันไปซื้อยางแท่งจากอินโดนีเซียที่มีราคาถูกกว่า” ทรงธรรม ระบุถึงต้นตอราคายางลดลง
ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาสงเคราะห์ สกย. บอกต่อว่า ในช่วงนี้ราคายางพาราเกิดความผันผวนอย่างหนัก ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ผู้สต๊อกสินค้าเพื่อเก็งกำไร เนื่องจากมีความคาดหวังว่ายางพาราจะขยับขึ้นถึง 200 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปรากฏว่าไม่เป็นไปตามนั้น ราคายางพารากลับถูกทุบจนราคาลดลงอย่างฮวบฮาบเสียก่อน ส่งผลกระทบต่อกลุ่มนายทุนที่กว้านซื้อสินค้ากักตุนหวังเก็งกำไรอย่างจัง
“พวกที่สต๊อกยางพาราเอาไว้จึงเทขายออกมา และทยอยเทออกมาตามลำดับ ราคาจึงร่วงลงมามาก จนทำให้ผู้สต๊อกยางพาราเพื่อเก็งกำไรขาดทุนไปตามๆ กัน อย่างไรก็ตามยางพาราที่ร่วงลงเป็นเรื่องที่ยังไม่ถึงกับหวั่นวิตกและตกใจ ขณะนี้ สกย. กำลังเฝ้าระวังเหตุอยู่ ดังนั้นเกษตรกรยางพาราจึงควรเฝ้าติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด อย่าเพิ่งตกใจ คาดว่าปลายเดือน เม.ย.นี้ จะกระเตื้องขึ้น”
ด้าน เอกพจน์ ยอดพินิจ ประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ราคายางพาราที่ลดลงในขณะนี้ถือว่าเป็นไปตามกลไกของตลาด เมื่อมีการซื้อขายมากในระยะหนึ่งจึงเริ่มมีการชะลอตัว เนื่องจากช่วงต้นเป็นการเร่งซื้อเพื่อเก็บสต๊อกของกลุ่มส่งออกตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ซึ่งจะต้องดูว่าการซื้อขายในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 180 บาท เป็นจริงอย่างไรหรือไม่ เพราะเมื่อมีการซื้อในราคาสูงเกินจริงไม่ไหว ผู้รับซื้อก็ต้องลดการรับซื้อจึงมีผลต่อราคาลดลงมา
“เกษตรกรชาวสวนยางไม่ต้องหวั่นไหวไปกับราคาในแต่ละวัน ควรหาวิธีการปรับปรุงคุณภาพการผลิตยาง ทำอย่างไรให้มีผลผลิตออกได้ทั้งปี และมีคุณภาพดี เชื่อมั่นว่าจะทำให้ราคายางมั่นคงและมีผู้ซื้อแน่นอน” เอกพจน์ ระบุ







