
แล้งถล่มสุรินทร์-หนอนผีเสื้อกัดกินผักสูญกว่า20ไร่
ภัยแล้งคุกคามสุรินทร์เริ่มขยายวงกว้างแม่น้ำลำคลองแห้งขอดหนอนผีเสื้ออาละวาดกัดกินใบผักเสียหายกว่า 20 ไร่
ภัยแล้งคุกคามสุรินทร์เริ่มขยายวงกว้างแม่น้ำลำคลองแห้งขอดหนอนผีเสื้ออาละวาดกัดกินใบผักเสียหายกว่า 20 ไร่
สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มขยายวงกว้างหนักและเร็วขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆมา ส่งผลให้แม่น้ำลำคลองต่างเริ่มแห้งขอด นอกจากจะส่งผลกระทบต่อน้ำอุป-โภคบริโภคแล้ว ยังส่งผลกระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกผักบนพื้นที่สาธารณะ บ้านแบกจาน ต.สังขะ องสังขะ จ.สุรินทร์ เนื่องจากผักต่างๆที่ชาวบ้านรวมกลุ่มกันปลูกส่งขายตลาด ไม่สามารถปลูกได้เหมือนเดิม เนื่องจากดินที่ปลูกผักแห้งและมีความร้อนเนื่องจากเป้นดินทรายผสมส่วนใหญ่ ทำให้ผักไม่สามารถเจริญเติบโตได้ รวมทั้งยังประสบปัญหาหนอนผีเสื้อ ซึ่งมากับหน้าร้อนระบาดกินผักเสียหายกว่า 20 ไร่ เกษตรกรต้องหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน อาทิ ข้าวโพด หวังหารายได้เสริมบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงหน้าแล้ง
ทั้งนี้เกษตรกรที่รวมกลุ่มกันปลูกผักดังกล่าวไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำ เนื่องจากมีบ่อบาดาลที่กรมทรัพย์พยากรณ์น้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการเจาะบ่อบาดาลไว้ให้ ซึ่งเกษตรกรได้ใช้วิธีสร้างแท๊งค์ซีเมนต์ขนาดใหญ่เก็บกักน้ำไว้ ก่อนต่อท่อประปามาปล่อยพักตามจุดที่ปลูกผักต่างๆทั่วพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นการวางแผนที่มีประสิทธิ์ภาพ จึงทำให้ไม่ขาดแคลนน้ำ แต่ก็ไม่สามารถเลี่ยงปัญหาภัยแล้งที่พื้นดินมีความร้อน ผักไม่โต รวมทั้งหนอนผีเสื้อที่กำลังระบาดได้
นายเรือง ดียิ่ง เกษตรกรผู้ปลูกผักบ้านแบกจาน กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำของกลุ่มมีประสิทธิ์ภาพมาก มีน้ำไว้ปลูกผักได้ตลอดหน้าแล้ง แต่ก็ยังหนีไม่พ้นปัญหาความร้อนในดิน เนื่องจากเป็นดินทรายผสมส่วนใหญ่ ทำให้ผักไม่เติบโต อีกทั้งหน้าแล้งมาเร็วกว่าทุกปี หนอนผีเสื้อที่มากับหน้าร้อนก็มาเร็วตามมา ทำให้เข้ามากัดกินผักเสียหายทั้งหมด ส่วนผักที่ปลูก อาทิ คะน้า กว่าตุ้ง กะหล่ำดอกและผักกาดเขียว เป็นต้น ซึ่งปีที่ผ่านมาระยะเดียวกันนี้ตนก็ยังคงปลูกผักต่างๆส่งขายในตลาดสด อ.สังขะได้ทุกวัน แต่ปีนี้กลับต้องเจอปัญหาที่ยังไม่ได้ทันตั้งตัวกับปัญหาภัยแล้งที่มาเร็วเกินคาด จึงต้องทำใจ หาพืชชนิดอื่นมาปลูกแทนถึงจะให้ผลผลิตช้าก็ตาม







